ดี๋ยวหากเข้าไปแล้ว ถ้าไม่มีเรื่องอันใดอย่าได้ออกมาเป็นอันขาด”หลงเทียนอวี้กระซิบออกคำสั่ง หลินเมิ้งหยาพยักหน้าลง ก่อนเขาจะพานางไปส่งที่กระโจม และหมุนตัววิ่งเข้าไปแฝงตัวในกลุ่มทหารตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่?ภายในกระโจม ทุกคนยังคงไม่หลับมองดูหลินเมิ้งหยาซึ่งอยู่ในผ้าคลุมสีดำสนิทกลับมา ป๋ายจีรีบเดินขึ้นมาข้างหน้าเพื่อถอดผ้าคลุมให้กับนางด้านนอกค่ายเกิดความวุ่นวาย ทว่าเหตุการณ์ภายในกระโจมกลับสงบเงียบพี่เยว่ถิงซึ่งนอนอยู่บนเตียงฟื้นแล้ว ทว่าใบหน้ากลับขาวซีด“พี่เยว่ถิง ท่านฟื้นแล้ว”หลินเมิ้งหยาวิ่งเข้าไปหาเยว่ถิงด้วยความดีใจ ทว่าใบหน้าไร้สีเลือดของเยว่ถิงกลับสงบนิ่งแต่หลังจากได้เห็นหน้าหลินเมิ้งหยาแล้ว สุดท้ายนางจึงฝืนยิ้มออกมา“หย๋าเอ๋อร์ เจ้าช่วยชีวิตพี่เอาไว้อีกแล้ว”เรื่องบางเรื่องไม่จำเป็นต้องพูดออกมาต่อหน้า ขอบตาของเยว่ถิงก็เปียกชื้นมือเล็กสีขาวดั่งหิมะกำผ้าห่มแน่น“แต่ข้าที่เป็นแบบนี้สู้ตายไปยังจะดีเสียกว่า”แม้ร่างกายจะบาดเจ็บ แต่นางสามารถอดทนได้ ทว่าความทรงจำอันแสนเลวร้ายที่ปรากฏขึ้นในใจกลับมิอาจลบล้างออกไปได้ทันทีที่นางตื่น เยว่ฉีเล่าเรื่องความตายของหูลู่หนานให้นางฟังแล้วแล้วอย่างไรเล่า? นางจะทำเหมือนว่าเรื่องพวกนี้ไม่เคยเกิดขึ้นได้อย่างไร?“ท่านอย่าได้เอ่ยเช่นนี้ พี่เยว่ถิงรู้หรือไม่ หากยังมีชีวิต ก็จะยังมีความหวัง คิดเสียว่าเรื่องเหล่านั้นเป็นเพียงฝันร้ายเถิด ตอนนี้ฟื้นแล้ว จากนี้ไปจะไม