าหากัน“ข้าไม่ได้มองก็เลยไม่รู้”ตอบคำถามด้วยน้ำเสียงปกติ ทั้งที่มิใช่คำพูดอ่อนหวาน แต่หลินเมิ้งหยากลับรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกอุตส่าห์แต่งหน้าแต่งตัวอย่างสวยงาม ทว่าหลงเทียนอวี้กลับไม่ชายตามองเลยแม้แต่น้อย“ฮ่องเต้หมิงเป็นพันธมิตรกับไท่จื่อจริงๆ เพคะ แต่ตอนนี้หม่อมฉันยังไม่รู้ว่าไท่จื่อเอาอะไรไปแลก”ฮ่องเต้หมิงมิใช่คนที่จะยอมร่วมมือด้วยง่ายๆ เมื่อครู่เขาไม่ได้รีบตอบตกลงในทันที แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ นั่นเท่ากับว่าเขากำลังพิจารณาว่าจะได้ผลประโยชน์จากฝ่ายใดมากกว่ากันดังนั้นเมื่อพูดถึงจุดนี้แสดงว่าพวกเขากำลังถูกกระตุ้นหากฮ่องเต้หมิงเรียกร้องข้อเสนอที่สูงจนเกินไป การเจรจาในครั้งนี้ถือว่าล้มเหลว“สิ่งที่ไท่จื่อพอจะให้ได้ ข้าคิดว่าคงไม่ใช่ของที่มีมูลค่ามากมายนัก”หลงเทียนอวี้ครุ่นคิด กระซิบเสียงเบาไท่จื่อมิใช่คนใจกว้าง ดังนั้นสิ่งที่เขาพอจะให้ได้คงเป็นของที่อยู่ในการครอบครอง“ไม่ว่ามันคืออะไร พวกเราควรสืบออกมาให้รู้แจ้ง ท่านอ๋องมีวิธีหรือไม่?”แววตาเปี่ยมไปด้วยความหวังของหลินเมิ้งหยากำลังจ้องมองมาที่ตนเอง หลงเทียนอวี้พยักหน้าลงโดยไม่รู้ตัว“ได้ ข้าจะลองแอบสืบให้เจ้า”ทั้งสองที่เพิ่งจะกลับเข้ามาในบริเวณค่ายได้เห็นแสงไฟจากคบเพลิงสว่างวาบไปทั่วทั้งพื้นที่แสนมืดมิดทหารจำนวนไม่น้อยแบ่งออกเป็นกลุ่มและเดินไปเดินมาไม่หยุดได้ยินเสียงดังขึ้น เสมือนกำลังเข้าจับกุมใครบางคนหลงเทียนอวี้และหลินเมิ้งหยารีบแอบหลบ“อีกเ