างเรื่องไม่จำเป็นต้องพูดออกมาต่อหน้า ขอบตาของเยว่ถิงก็เปียกชื้นมือเล็กสีขาวดั่งหิมะกำผ้าห่มแน่น“แต่ข้าที่เป็นแบบนี้สู้ตายไปยังจะดีเสียกว่า”แม้ร่างกายจะบาดเจ็บ แต่นางสามารถอดทนได้ ทว่าความทรงจำอันแสนเลวร้ายที่ปรากฏขึ้นในใจกลับมิอาจลบล้างออกไปได้ทันทีที่นางตื่น เยว่ฉีเล่าเรื่องความตายของหูลู่หนานให้นางฟังแล้วแล้วอย่างไรเล่า? นางจะทำเหมือนว่าเรื่องพวกนี้ไม่เคยเกิดขึ้นได้อย่างไร?“ท่านอย่าได้เอ่ยเช่นนี้ พี่เยว่ถิงรู้หรือไม่ หากยังมีชีวิต ก็จะยังมีความหวัง คิดเสียว่าเรื่องเหล่านั้นเป็นเพียงฝันร้ายเถิด ตอนนี้ฟื้นแล้ว จากนี้ไปจะไม่มีใครทำร้ายท่านได้อีก”หลินเมิ้งหยาโอบกอดร่างบอบบางของเยว่ถิง หูลู่หนานสมควรได้รับโทษเช่นนั้นแล้วแต่พี่เยว่ถิงถูกทำร้ายจนไม่เหลือชิ้นดี อีกทั้งยังมิใช่สาวงามจิตใจดีเหมือนอย่างตอนแรกอีก“จริงสิ เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดจึงวุ่นวายถึงเพียงนี้?”หลินจงอวี้ที่นั่งเงียบอยู่ด้านข้างตลอดเวลาจึงเอ่ยตอบ“ตั้งแต่ตอนที่ท่านออกไป ทางฝั่งไท่จื่อเกิดวุ่นวายขึ้นมา เขาเอ่ยว่ามีมือสังหารลอบเข้ามา ดังนั้นไท่จื่อจึงพาคนออกตรวจสอบกระโจมแต่ละหลัง”หลินเมิ้งหยาครุ่นคิด มีบางอย่างผิดปกติทหารองครักษ์คุ้มกันอย่างแน่นหนา จะมีมือสังหารลอบเข้ามาได้อย่างไร อีกทั้งยังคิดจะทำร้ายไท่จื่ออีก“หลังจากตอนที่ข้าไปแล้ว มีใครเข้ามาในนี้หรือไม่?”สาวใช้ทั้งสี่ครุ่นคิด ก่อนจะส่ายหน้า“พวกเจ้าลองคิดดูให้ดี ตกลงมีใครเ