และใช้ชีวิตใหม่ในจวนอวี้ เจ้าคิดหรือว่าเยว่ถิงจะอดทนต่อสายตาและนิ้วที่ชี้เข้ามาตราหน้าของนางได้?”แววตาอ่อนโยน ราวกับว่าสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดในหัวใจของหลินเมิ้งหยานางเป็นคนเข้มแข็ง แต่กลับเป็นห่วงเรื่องของผู้อื่นมากจนเกินไปมิรู้ว่าเพราะเหตุใด หลงเทียนอวี้รู้สึกว่านางที่เป็นเช่นนี้ช่างน่ารักเหลือเกิน“หากเจ้ากลัวว่าจะเหงา เช่นนั้นพวกเราสร้างเรือนเล็กๆ ให้นาง และให้นางอาศัยอยู่ที่นั่นอย่างสงบดีหรือไม่?”หลงเทียนอวี้ไม่เคยใส่ใจใครมาก่อนในชีวิต แต่เพราะเยว่ถิงเป็นเพื่อนรักของหลินเมิ้งหยาแม้ใบหน้าจะยังฝืนยิ้ม ทว่าหลินเมิ้งหยากลับพยักหน้าลง พยายามบังคับตัวเองไม่ให้เป็นกังวลมากนักความเห็นแก่ตัวในใจยังคงแอบหวังให้พี่เยว่ถิงได้ลงเอยกับพี่ชายแต่ดูเหมือนจะยากเสียแล้วเหตุเพราะเกิดเรื่องขึ้นกับเยว่ถิงและหูลู่หนาน ดังนั้นการคุ้มกันจึงเข้มงวดมากขึ้นสกุลใหญ่หลายสกุลรวมตัวอยู่ด้วยกันคนยิ่งเยอะก็ยิ่งปลอดภัยนอกจากกระโจมจวนอวี้แล้ว กระโจมอื่นล้วนอยู่รวมกันอย่างน้อยสองตระกูลดังนั้นเมื่อหลินเมิ้งหยาและหลงเทียนอวี้กลับไปยังกระโจมของตนเอง พวกเขาต้องประหลาดใจที่เห็นบริเวณรอบๆ ของกระโจมว่างเปล่าไร้ผู้คนมองเห็นพวกป๋ายจีแต่ไกล แหวกผ้าม่านออกสาวใช้ทั้งสี่และหลินจงอวี้กำลังเก็บกวาดกระโจมและดูแลเยว่ถิงหลังจากได้พูดคุยกับท่านลุงเยว่แล้ว เยว่ฉีจึงย้ายมาอยู่ที่นี่อย่างเป็นทางการเหตุเพราะเกรงว่าฮูหยินเยว่จะสร้างเรื่อ