งและทำให้เยว่ฉีต้องตกอยู่ในอันตรายดังนั้นท่านลุงเยว่จึงส่งเยว่ฉีมาอยู่ภายใต้การคุ้มครองของหลินเมิ้งหยาพี่เยว่ถิงยังคงนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่บนเตียง หมอหลวงจ่ายยาให้มากมาย แต่กลับไร้ซึ่งผลสัมฤทธิ์เมื่อคืนวาน เยว่ถิงมีไข้ตัวร้อน หลังจากผ่านไปหนึ่งวัน พี่เยว่ถิงอ่อนแอลงกว่าเดิมมาก“เกิดอะไรขึ้น? ไข้ยังไม่ลดอย่างนั้นหรือ?”หลินเมิ้งหยาเอ่ยถาม เยว่ฉีซึ่งนั่งอยู่ขอบเตียงส่ายหน้าพลางเอ่ย“ยังเลยเจ้าค่ะ หมอหลวงบอกว่าอาจเกิดการติดเชื้อที่บาดแผลสักจุดหนึ่ง ดังนั้นไข้จึงยังไม่ลด หากยังไม่ทายาให้เรียบร้อย ต่อให้ดื่มยาขนานไหนก็ไม่มีวันหาย”ท่ามกลางการช่วยเหลือจากพวกป๋ายซ่าว เยว่ฉีตรวจสอบร่างกายของเยว่ถิง แต่นางกลับไม่พบบาดแผลใดๆหลินเมิ้งหยากัดริมฝีปากแน่น เหตุเพราะนางนึกถึงเรื่องที่ทุกคนไม่มีวันคาดคิดขึ้นมาได้“ท่านอ๋องพาเสี่ยวอวี้ออกไปก่อนเถิดเพคะ ป๋ายจี ป๋ายซ่าว พวกเจ้าเตรียมอ่างน้ำให้กับข้า ป๋ายจื่อจงนำยาที่หมอหลวงจ่ายให้ไปละลายน้ำแล้วใส่ลงไปในอ่าง”
ชิงหูยกมือขึ้นลูบเส้นผมยาวสลวยของหลินเมิ้งหยา นัยน์ตาสั่นไหว เผยให้เห็นความอ่อนโยน
ทั้งที่เป็นการกระทำปกติธรรมดาทั่วไป ทว่าเมื่อตกอยู่ในสายตาของหลงเทียนอวี้ มันมิต่างอะไรจากการถูกยั่วยุ“รู้แล้วน่า เจ้าวางใจเถิด ข้าจะดูแลตัวเองให้ดี”หลินเมิ้งหยารู้ดีว่าคนที่ชิงหูรู้สึกไม่สบายใจเมื่อต้องห่างที่สุดคือตนเองปกติเขามักจะไม่แสดงออก แต่เมื่อนางตกอยู่ในอันตราย