ยครั้งนี้ด้วย”สายตาอ่อนโยน แววตาเปล่งประกาย ความโศกเศร้าที่กำลังสะท้อนผ่านดวงตาทำให้คนมองรู้สึกสงสารหมิงเยว่เพียงเอ่ยออกมาด้วยเสียงอ่อนโยนนุ่มนวลเพื่อให้ทั้งสามใจเย็นลงไท่จื่อถูกสายตาอ่อนโยนของสาวงามตรงหน้าทำให้ใจอ่อนลง แล้วแบบนี้จะเอ่ยปฏิเสธได้อย่างไร“องค์หญิงพูดมีเหตุผล บางทีพวกเราอาจเข้าใจผิดกันไปเองก็ได้ อีกอย่างพวกเรายังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องขององค์ชายรองกันเลย หากเสียเวลาถกเถียงกันตอนนี้จะมิเป็นการปล่อยโอกาสให้คนร้ายตัวจริงหนีไปอย่างนั้นหรือ? ตอนนี้การช่วยชีวิตองค์ชายรองต่างหากที่สำคัญที่สุด”ทันทีที่หัวใจอ่อนยวบลง คำพูดและน้ำเสียงของไท่จื่อพลันโอนอ่อนตามหลินเมิ้งหยาแค่นหัวเราะเสียงเย็นในใจ แต่ถึงกระนั้นสายตายังคงมองทางฮ่องเต้หมิงโดยมิได้เอ่ยขัดในที่สุด ฮ่องเต้หมิงก็นึกสิ่งใดขึ้นมาได้ สีหน้ามิได้เคร่งขรึมอีกต่อไป“ไท่จื่อและหมิงเยว่ล้วนพูดมีเหตุผล เปิ่นหวังทำผิดต่อชายาอวี้ไปแล้ว ขอพระชายาได้โปรดให้อภัยความรักของพ่อที่มีต่อลูกของเปิ่นหวังด้วย”เมื่อเห็นฮ่องเต้หมิงยอมรับผิด หลินเมิ้งหยาจึงมิได้แสดงท่าทางแข็งกระด้างอีกต่อไปพยักหน้าลง ทว่ายังคงรักษาความเย่อหยิ่งในตัวเองเอาไว้“เรื่องนี้คงมิอาจปล่อยผ่านได้ อ๋องอวี้มาพอดี ในเมื่อเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับพวกเจ้า เช่นนั้นพวกเจ้ารับผิดชอบหาตัวผู้กระทำความผิดเป็นอย่างไร?”ทันทีที่หลงเทียนอวี้มาถึง เขาตกเป็นเป้าของไท่จื่อในทันทีพูดไปพูดมา ไท่จื่อย