รูหราที่สุดยังไม่ทันจะเดินเข้าไป หูก็ได้ยินเสียงโต้เถียงกันดังออกมาถึงด้านนอก“ขอให้อ๋องอวี้มอบตัวพระชายามาให้กับพวกเราจะดีกว่า ทุกคนล้วนเห็นว่ามีเพียงพระชายาเท่านั้นที่เข้าไปในกระโจมขององค์ชายรอง ตอนนี้องค์ชายร้องบาดเจ็บถึงเพียงนี้แล้ว ชายาอวี้ต้องรับผิดชอบ”ขันทีแหวกผ้าม่านออกนานแล้ว หลินเมิ้งหยาก้าวเข้าไป ขณะเดียวกัน สายตาของทุกคนหันมามองนาง“ถวายคำนับไท่จื่อ ฮ่องเต้หมิง”ถวายคำนับตามขนบธรรมเนียม กิริยามารยาทอ่อนน้อม ไร้ซึ่งท่าทางกระวนกระวายใบหน้านวลดั่งดอกฝูหรงหยักยิ้มอ่อนโยน มิได้มีอาการผิดปกติใดๆภายในกระโจม ฮ่องเต้หมิงและไท่จื่อนั่งอยู่คนละฝั่งสีหน้าของทั้งคู่เคร่งขรึมเป็นปกติ นับตั้งแต่ตอนที่นางเดินเข้ามา สายตาของพวกเขาจับจ้องมองทางนางตาไม่กะพริบ“ชายาอวี้ ข้าขอถามเจ้า เจ้าเป็นผู้ลงมือทำร้ายองค์ชายรองใช่หรือไม่?”เปลวเพลิงขนาดย่อมฉายชัดในดวงตาของไท่จื่อ ทว่าสีหน้ายังคงเย็นชาครุ่นคิด เมื่อครู่เขาถกเถียงกับฮ่องเต้หมิงไปแล้วรอบหนึ่งดังนั้น สีหน้าจึงไม่น่ามองเช่นนี้หลินเมิ้งหยากะพริบตา พร้อมผายมือออก สบตานิ่งก่อนจะเอ่ย“หม่อมฉันเองก็รู้สึกเสียใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับองค์ชายรอง แต่หม่อมฉันไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ เพคะ”แววตาของฮ่องเต้หมิงโกรธเกรี้ยวอย่างเห็นได้ชัดแต่น่าเสียดาย ตอนที่เกิดเรื่องขึ้นกับหูลู่หนาน ไม่มีองครักษ์คนไหนอยู่ข้างกาย แม้แต่นางบำเรอที่หูลู่หนานพามาด้วยก็มิได้อยู่ด้วย