หมิงเข้าร่วมการออกล่าในครั้งนี้ด้วย เกรงว่าแผนการที่พวกเราคุยกันในวันนั้นจะใช้ไม่ได้แล้ว ครอบครัวของนักล่าล้วนไปรวมกันอยู่ที่กระโจมใหญ่แล้ว เจ้าจะไปด้วยหรือไม่?”หลินเมิ้งหยาส่ายหน้าปฏิเสธไปดูการแข่งขันยิ่งไปกว่านั้น กระโจมของนางอยู่ใกล้กับกระโจมใหญ่ ทหารองครักษ์คุ้มกันอย่างแน่นหนา ดังนั้นจึงไม่มีทางเกิดอันตรายใดๆ“เช่นนั้นท่านอ๋องดูแลตัวเองด้วยนะเพคะ หม่อมฉันเกรงว่าจะมีคนฉวยโอกาสก่อความวุ่นวายขึ้น”เสือที่อยู่ในกรงดีๆ จะหนีออกไปได้อย่างไรหลินเมิ้งหยายังคงรู้สึกแปลกใจ หลงเทียนอวี้มองนางซึ่งกำลังก้มหน้าครุ่นคิด หัวใจก็พลันสั่นไหวนางมักจะเป็นเช่นนี้เสมอ ทุกครั้งที่เกิดเรื่องขึ้น นางมักจะเป็นห่วงเขาก่อนเสมอมือหนายกขึ้นลูบไล้เส้นผมของนาง ก่อนจะส่งเสียงเอ่ย“วางใจเถิด ข้าไม่มีทางเป็นอะไรหรอก”ราวกับไม่รู้ตัวเลยว่าการกระทำของตนเองอ่อนโยนมากขนาดไหน“เพคะ ท่านอ๋องต้องระวังให้มากนะเพคะ ส่วนชีวิตของเสือตัวนั้น คงต้องแล้วแต่ฟ้าดินจะตัดสินใจ”ใช่ว่านางไม่อยากช่วย แต่เพราะตกอยู่ในสถานการณ์พิเศษ นางจึงจำเป็นต้องดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยหลงเทียนอวี้พยักหน้าลง ก้าวเท้ายาวๆ ออกจากกระโจมไปได้ยินเสียงหลงเทียนอวี้ออกคำสั่งกับทหารอารักขาหน้ากระโจมว่าให้ปกป้องคุ้มกันตัวนางให้ดีความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ หลินเมิ้งหยาเดินออกมานอกกระโจม ยืนมองด้านหน้าประตู“พี่สาว วางใจเถิด ท่านอ๋องเป็นคนมากความสามารถ เขาจะไม่เป็นอ