สัตว์เหล่านั้นส่วนใหญ่เป็นเพียงไก่ฟ้าและกระต่าย พ่อครัวจากวังหลวงนำสัตว์เหล่านั้นไปล้างจนสะอาด ก่อนจะนำไปทำอาหารกลางวันอันแสนโอชะ
แม้หลินเมิ้งหยาจะไม่เห็นด้วยกันการฆ่าสัตว์ แต่ก็ถูกบรรยากาศคึกครื้นนำพาจนเกิดอารมณ์ร่วม
เหล่าชายหนุ่มเพียรพยายามแสดงความสามารถของตนเองออกมา
แม้แต่หลงเทียนหยู๋ที่มีใบหน้าเย็นชาเองก็ถูกการแข่งขันของพวกผู้ชายทำให้ต้องแสดงความสามารถของตนเองออกมา
เวลาในช่วงเข้า หลงเทียนหยู๋จับสัตว์ได้เป็นจำนวนมาก ทว่าสัตว์ที่เขาได้มาล้วนยังมีชีวิต ไม่เหมือนสัตว์ของผู้อื่นที่ถูกยิงจนตาย
เขาผูกตาข่ายไว้กับธนู ดังนั้นสัตว์ที่ถูกจับได้จึงยังมีชีวิตอยู่
เพราะฉะนั้นคะแนนของเขาจึงติดอันดับหนึ่งในสามของผู้มีคะแนนสูงสุด
“ท่านอ๋องของพวกเราทั้งกล้าหาญและหล่อเหลา ว่าไหมเจ้าคะนายหญิง”
ป๋ายซ่าวแอบหัวเราะคิกคักซุกซนเอ่ยแถวพระชายา หลายวันมานี้นางดูออกว่าพระชายาและท่านอ๋องเข้ากันได้ดี ราวกับเป็นคน ๆ เดียวกัน
หากมิใช่เพราะได้เห็นกับตาตัวเอง คงไม่มีใครเชื่อหรอกว่า ท่านอ๋องผู้มักจะแสดงสีหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็ง จะอ่อนโยนเมื่ออยู่ต่อหน้าพระชายา
“เจ้านี่หนา ป๋ายจื่อ รีบไปหยิบขนมมาอุดปากนางเอาไว้”
ใบหน้าของหลินเมิ้งหยาร้อนผ่าว
แต่เมื่อนึกได้ว่าสุดท้ายแล้วผู้ชายที่เพียบพร้อมคนนี้มิใช่ของนาง มุมปากพลันกระตุกยิ้มขมขื่น
ช่างเถิด จะคิดมากทำไมกัน
“พวกเขามาแล้ว พวกเราไปดูกันเถอะ”