เยว่ฉีที่จับจ้องมองทางป่าหนาทึบตลอดเวลาร้องบอกเสียงดัง
หลินเมิ้งหยารีบหันหน้าไป จนกระทั่งได้เห็นร่างสูงยาวพุ่งออกมาด้านหน้าสุด หัวใจของนางรู้สึกอบอุ่นอ่อนหวานอย่างบอกไม่ถูก
เขามักจะโดดเด่นเสมอ มิต่างอะไรจากสายฟ้าที่ทุกคนพร้อมที่จะร้องตะโกนขานชื่อของเขา
นี่คือความสามารถพิเศษของหลงเทียนหยู๋ ไม่ว่าใครก็มิอาจปฏิเสธได้ อีกทั้งยังมิมีใครเก่งกาจเท่า
พริบตาเดียว หลงเทียนหยู๋ควบม้ารวดเร็วราวกับกำลังบิน ก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงหน้าหลินเมิ้งหยา
ทิ้งสัตว์ที่ถืออยู่ในมือลง กระโดดลงจากหลังม้า ใบหน้าท่าทางหล่อเหลาทำให้หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะหลงใหล
หลินเมิ้งหยายิ้ม ก่อนจะเข้าไปต้อนรับ
“ท่านอ๋องเหนื่อยไหมเพคะ?”
เอ่ยถามด้วยความใส่ใจ เสมือนคู่สามีภรรยาที่รักใครกันดี
แม้จะมีเหงื่อหยาดเหงื่อโทรมกาย ทว่ากลับส่ายหน้า มือหน้าโบกสะบัด หลินขุ๋ยรีบน้ำกรงเล็กกรงหนึ่งมายื่นให้
ในกรงเล็กกรงนั้นมีสัตว์ตัวเล็กสีขาวนอนขดตัวอยู่
หลินเมิ้งหยามองสำรวจ ที่แท้มันคือลูกสุนัข
“นี่คือสุนัขพันธุ์ไหนหรือ?”
ลูกสุนัขตัวนี้เพิ่งจะถูกคลอดออกมาได้เพียงไม่นาน แม้แต่เสียงร้องยังน่ารัก
“มันคือหมาป่า”
นับตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เห็นหมาป่าน้อยตัวนี้ มิรู้ว่าทำไม หลงเทียนหยู๋จึงรู้สึกคุ้นเคยกับมันนัก
พ่อแม่หมาป่าถูกฆ่าตายเพราะการล่าสัตว์ในคราวนี้ ดังนั้นจึงเหลือมันเพียงตัวเดียว