้นให้ฟัง
มิได้ต่อเติมเสริมแต่งเรื่องราวแต่อย่างใด หลินเมิ้งหยาเอ่ยตามความจริง
ทว่าทันทีที่สิ้นเสียงลง แก้วชาในมือของหลงเทียนอวี้ก็ถูกบีบจนแหลกละเอียด
“มือของท่าน! โง่หรือไร ถ้าถูกบาดเข้าจะทำอย่างไร”
ปฏิกิริยาแรกของหลินเมิ้งหยาคือยื่นมือเข้าไปแย่งชิ้นส่วนที่แหลกละเอียดในมือของหลงเทียนอวี้
เศษเล็กเศษน้อยทิ่มแทงมือของเขา
ดึงเศษแก้วที่ทิ่มแทงมือของเขาออก อีกทั้งยังทำแผลให้เขาด้วยความระมัดระวัง สุดท้ายจึงกลับมานั่งลงข้างกายของเขา
“ท่านเป็นอะไรไป? ข้ายังสบายดีมิใช่หรือ?”
ถ้ารู้อย่างนี้นางคงไม่เล่าให้เขาฟัง
“คิดไม่ถึงเลยว่าไท่จื่อจะไร้ยางอายมากถึงเพียงนี้”
สมัยยังเด็ก ทั้งเขาและไท่จื่อล้วนได้เรียนเรื่องมารยาทและขนบธรรมเนียมประเพณี
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าไท่จื่อจะใจดำอำมหิตถึงขั้นลงมือกับพี่น้องของตนเองเช่นนี้
หรือการอบรมสั่งสอนที่เคยได้รับมาไม่เคยซึมเข้าสมองของเขาเลย?
“ท่านอ๋องยังคิดว่าไท่จื่อเหมาะที่จะขึ้นครองบัลลังก์หรือไม่? หากคนเช่นนี้ได้ถือครองอำนาจ หายนะคงมาเยือนราษฎร์ตาดำๆ อย่างแน่นอน วันนี้เขาสามารถลักพาตัวหม่อมฉันได้ พรุ่งนี้ เขาอาจล่วงเกินลูกสาวแท้ๆ ของเขาเองได้เช่นเดียวกัน ท่านอ๋องเคยคิดถึงเรื่องนี้หรือไม่?”
คำพูดของหลินเมิ้งหยาทะลุไปถึงหัวใจของหลงเทียนอวี้
เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นในหัวใจ สิ่งที่หลินเมิ้งหยาพูดมาทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
แต่เขายังมีความกังวลเกี่ยวกับตนเอง แม้ความกั