อยู่ๆ เขาเอ่ยตอบ“ไม่เป็นไร”หัวใจอบอุ่น ทว่าหลินเมิ้งหยากลับทำเพียงยกแก้วเหล้าขึ้นมาเพื่อปิดบังรอยยิ้มบนใบหน้าของตนเองเอาไว้งานเลี้ยงยังคงดำเนินต่อไป สายตาของไท่จื่อและหูลู่หนานจ้องมองทางหลินเมิ้งหยา ราวกับต้องการจะฉีกร่างของนางออกเป็นชิ้น ๆ“ไท่จื่ออย่าทรงกริ้วเลยเพคะ หม่อมฉันผิดเองที่ทำงานไม่รอบคอบ ไท่จื่อได้โปรดลงโทษหม่อมฉันด้วย”ผู้คนที่อยู่ด้านข้างล้วนเป็นคนสนิทของตนเอง ดังนั้นทั้งสองจึงพูดคุยกันได้โดยมิต้องกังวลชายารองตู๋กูคิดไม่ถึงเลยว่าเรื่องราวจะเปลี่ยนไปเช่นนี้นางรู้จักอารมณ์ของไท่จื่อดี คราวนี้ไท่จื่อไม่เพียงไม่ได้สิ่งที่ตนเองต้องการ แต่ยังถูกหลินเมิ้งหยาพลิกเหตุการณ์ แล้วแบบนี้เขาจะไม่โมโหได้อย่างไร“เรื่องนี้คงมิอาจโทษเจ้าได้ แต่ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าผู้หญิงคนนั้นจะฉลาดมากถึงเพียงนี้”ไท่จื่อบีบแก้วเหล้าจนเกือบแตกคิดไม่ถึงเลยว่าจะตกเป็นลูกไก่ในกำมือของสตรีหนึ่ง อัปยศอดสูยิ่งนัก!ยิ่งไปกว่านั้น สตรีคนนั้นยังเป็นคนของเจ้าสารเลวหลงเทียนอวี้เขาจะล้างแค้นในครั้งนี้ให้จงได้“เพคะ ขอบพระทัยไท่จื่อที่ให้อภัย แต่ว่าองครักษ์ที่เขาหลิงจูแห่งนี้มิได้เข้มงวดเหมือนอย่างเมืองหลวง ไท่จื่อได้โปรดวางพระทัย ต่อไปนี้หม่อมฉันจะระวังมากขึ้นเป็นสองเท่า จะไม่มีวันปล่อยให้นางหนีไปได้อีก”อันที่จริงชายารองตู๋กูมิได้มีความแค้นส่วนตัวกับหลินเมิ้งหยาทว่าหลังจากผ่านเหตุการณ์ในครั้งนี้ ความรักที่ไท่จื่อมีให้กั