ีอีกรอบดูสิ!”
นับตั้งแต่วันที่ข้ามภพมา หลินเมิ้งหยาไม่เคยออกกำลังหนักๆ เช่นนี้มาก่อน
ในที่สุดหลงเทียนอวี้ก็หยุดยืนต่อหน้าหลินเมิ้งหยา ใบหน้าที่เคยขาวนวลพลันแดงระเรื่ออมชมพูขึ้นมา
เขาอดไม่ไหว ยื่นมือเข้าไปตบหลังนางเบาๆ เพื่อให้ลมหายใจของนางกลับมาเป็นปกติ
“ท่านอ๋อง…”
“เรียกข้าว่าหลงเทียนอวี้”
นี่เป็นประโยคแรกที่หลงเทียนอวี้เอ่ยหลังจากวิ่งไล่จับกันอยู่นาน
เสียงทุ้มต่ำแผ่วเบา ทว่าเจือไว้ซึ่งความเป็นตัวเอง หลินเมิ้งหยาชะงัก ก่อนจะผุดยิ้มหวาน
“หลงเทียนอวี้ แม้หม่อมฉันจะไม่รู้ว่าตนเองทำสิ่งใดผิดไปจึงทำให้พระองค์ไม่พอใจเช่นนี้ แต่ว่า…หม่อมฉันต้องขอบพระทัยพระองค์มาก ขอบพระทัยที่ช่วยป๋ายจื่อ ขอบพระทัยที่ช่วยหม่อมฉัน”
นางได้เห็นการดูแลปกป้องที่หลงเทียนอวี้มอบให้ทั้งหมด อีกทั้งยังจดจำเอาไว้ในใจ
ไม่ว่าหลงเทียนอวี้มีเหตุผลอะไร นางจะนึกถึงบุณคุณในครั้งนี้ของเขาไปชั่วชีวิต
“ขอบคุณท่านจริงๆ นะ”
นางส่งยิ้มหวานก่อนจะโผกอดเขา ร่างของฝ่ายตรงข้ามแข็งทื่อ แต่ท้ายที่สุดก็ยื่นมือเข้ามากอดตอบนาง
สมองพลันประมวลผลอย่างรวดเร็ว หรือว่าเมื่อครู่เขา…
หรือว่าเขาหึง?
แย่แล้ว! เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้อย่างไร?
ขณะที่หลินเมิ้งหยาคิดจะทำให้แน่ใจ เสียงแผ่วเบาพลันดังขึ้น ทั้งสองรีบผละตัวออกจากกัน
“ท่านอ๋อง ทางปิ้งโจวส่งข่าวมาว่าท่านหญิงหลินหลางตกจากหลังม้าพ่ะย่ะค่ะ”
เสียงพ่อบ้านเติ้งดังขึ้น มือที่เคยโอบกอดหลินเมิ้งหยาพลัน