ูตื่นกระนั้นหรือ?”
ใบหน้าจริงจังของหลงชิงหานแสดงให้เห็นถึงความสงสัย
แม้เขาและหูเทียนเป่ยจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่ฮ่องเต้หมิงมีความเห็นต่าง แม้ทั้งสองจะรู้แต่ก็มิพูดออกมา
“ไม่หรอก บางทีการกระทำของนางในครั้งนี้ก็เพื่อบีบให้อีกฝ่ายเผยความลับออกมา”
หลังจากรู้จักกันมานาน หลงเทียนอวี้เข้าใจการกระทำของหลินเมิ้งหยาเป็นอย่างดี
นางกระทำทุกสิ่งอย่างอย่างมีเหตุผลเสมอ ไม่มีทางเลยที่นางจะลงโทษหงอวี้เพียงเพราะความโกรธชั่วครู่
“ข้ามิเห็นด้วย ไม่ว่าหญิงสาวจะฉลาดขนาดไหน แต่ถ้าลองได้หึงหวงขึ้นมา พวกนางจะน่ากลัวมากเลยทีเดียว!”
สีหน้ากลับมาทะเล้นดั่งเดิมอีกครั้ง เขารู้สึกเสมอว่าพี่สามปฏิบัติกับพี่สะใภ้แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
อาจบอกไม่ได้ว่าตรงไหนที่แตกต่าง แต่หากจะบอกว่าทั้งสองรู้สึกต่อกันเหมือนหญิงสาวชายหนุ่มทั่วไปก็คงมิใช่
หากพี่สามที่เย็นชาดุจน้ำแข็งของเขาถูกผู้หญิงทำให้รู้สึกหวั่นไหวแล้วละก็…
สวรรค์โปรด น่ากลัวชะมัด!
เขาส่ายหน้า กักเก็บความคิดฟุ้งซ่านของตนเองเอาไว้ในสมอง
หลงชิงหานหันไปให้ความสนใจกับจดหมายแผ่นบางบนโต๊ะอ่านหนังสือของหลงเทียนอวี้
“ค่าจ้างของทหารที่ถูกปล้นไปเมื่อปีที่แล้วทำให้เสด็จพ่อกริ้วมาก แต่กลับมิอาจจับมือใครดมได้ คิดไม่ถึงเลยว่าเบาะแสจะปรากฏในอีกหนึ่งปีให้หลัง”
ในกระดาษแผ่นนั้นคือข้อมูลที่หลงเทียนอวี้ได้รับมาจากการตรวจสอบ
เงินค่าจ้างของทหารเหล่านั้นล้วนเป็นเงินที่ถูกแจกจ่ายโด