ะไร
“ท่านลุงเยว่ ท่านดูเอาเถิด ในเมื่อพี่เยว่ถิงตัดสินใจแน่วแน่เช่นนี้แล้ว ข้าว่าคงไม่มีอะไรต้องพูดอีก แล้วท่านคิดเห็นเช่นไร?”
ทัศนคติของเยว่ถิงเป็นคำตอบของทุกสิ่ง แม้แต่ฮูหยินหลินก็ไม่กล้าพูดสิ่งใดออกมาอีก
อย่างน้อยตอนนี้หลินเมิ้งหยาก็อยู่เหนือกว่า อีกทั้งยังมีพระราชโองการค้ำคอ ดังนั้นนางจึงต้องยอมล่าถอย
“พระชายาพูดมีเหตุผล แต่ไหนแต่ไรมาถิงเอ๋อร์ล้วนสมัครใจภักดีกับสกุลหลิน เรื่องนี้จะไม่มีใครเปลี่ยนแปลงได้พ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อเทียบกับภรรยาขี้ประจบประแจงฮองเฮาแล้ว เยว่ซื่อหลินกลับมีความซื่อตรงมากกว่า
เมื่อก่อนเขามักจะประนีประนอมเพื่อรักษาความสมานฉันท์ในครอบครัว
แต่เพราะเหตุนี้ จึงทำให้ฮูหยินเยว่ยิ่งได้ใจ
พอมาถึงวันนี้ ความหยิ่งยโสของนางกำลังจะทำให้สกุลเยว่ต้องดับสูญ
“เรื่องในวันนี้ ข้ามิอยากทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ อีกทั้งจะไม่มีทางแพร่งพรายออกไป ฉะนั้นท่านลุงเยว่ได้โปรดวางใจเถิด”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายยอมจำนน หลินเมิ้งหยาจึงไม่คิดบีบบังคับต่อไปอีก
อันที่จริง นางพอมองออกว่าคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจของบ้านคือเยว่ซื่อหลิน
ขอเพียงเขายืนหยัด จะไม่มีใครส่งเยว่ถิงไปแต่งงานได้อย่างแน่นอน
“เจ้า…พวกเจ้า ฮึ! ได้ พวกเจ้าคิดว่าตนเองเป็นคนดี แล้วข้าเป็นคนชั่วอย่างนั้นสินะ พอใจแล้วใช่หรือไม่!!”
ไม่ว่าจะสามีหรือลูกสาว ตอนนี้พวกเขาล้วนยืนอยู่ทางฝั่งของเยว่ซื่อหลิน
ขณะเดียวกัน ความโกรธพลันพวยพุ่งออกม