่องบางอย่าง ใช่ว่าท่านจะได้ทุกอย่างที่ท่านต้องการ”
หลินเมิ้งหยาเอ่ยตักเตือนฮูหยินเยว่อีกครั้ง เพื่อทำให้นางรู้ว่าหลินเมิ้งหยาคนนี้จะไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ อย่างแน่นอน
ฮูหยินเยว่ที่เคยหยิ่งยโสโอหังพลันสงบนิ่งลงไป
นางไม่ได้โง่ นางได้อยู่ข้างกายสามีมานานหลายปี ดังนั้นนางจึงได้เห็นสงครามภายในวังมากมาย
เยว่ซื่อหลินปาดเหงื่อ สายตาจับจ้องมองภรรยาของตนเอง
หวังว่านางจะเลิกดึงดันและเลิกทำตัวเป็นศัตรูกับชายาอวี้
“เจ้าเองก็พูดมีเหตุผล แต่ถ้าหากเยว่ถิงเป็นฝ่ายอยากไปแต่งงานด้วยตนเอง พวกเราก็คงมิอาจหักห้ามนางได้มิใช่หรือ?”
ฮึ ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตาสินะ
คราวนี้หลินเมิ้งหยาส่งสายตาอำมหิตไปยังว่าที่แม่ยายของพี่ชายตนเอง
“หากเอ่ยเช่นนี้ เช่นนั้นได้โปรดปล่อยตัวพี่เยว่ถิงออกมาแล้วถามให้ชัดเจนเลยเถิด”
ฮูหยินเยว่ครุ่นคิด นางมิอาจปฏิเสธได้
สุดท้ายจึงทำได้เพียงพยักหน้าลง
คนคุ้มกันประตูรีบปลดโซ่ตรวน ขณะเดียวกัน ร่างผอมบางของเยว่ถิงพุ่งออกมานอกห้อง
“ท่านแม่ ลูกได้หมั้นหมายกับหนานเซิงแล้ว ลูกไม่อยากมีสามีคนที่สอง หากท่านยังบังคับข้าไปแต่งงาน ข้าขอยอมตายอยู่ตรงนี้”
ทัศนคติของเยว่ถิงแน่วแน่มั่นคง สายตาจับจ้องใบหน้าของแม่ตนเองนิ่ง
“เจ้า…นังลูกไม่รักดี…กล้าเอาเรื่องนี้มาขู่ข้าอย่างนั้นหรือ”
ฮูหยินเยว่โกรธเกรี้ยว นิ้วมือเรียวยาววาดชี้มาที่หน้าของเยว่ถิง
ทว่าอีกฝ่ายกลับปล่อยให้น้ำตานองหน้า กัดปากแน่นไม่ยอมพูดอ