ินเยว่เปลี่ยนไป แม้แต่สีหน้าของเยว่ซื่อหลินเองก็ไม่น่ามอง
การขัดคำสั่งของฮ่องเต้ เท่ากับถูกตัดสินว่าเป็นกบฏ
หากข่าวลือถูกแพร่ออกไป เกรงว่าสกุลเยว่คงตกอยู่ในอันตราย
“ข้า…ข้ามิได้ฝ่าฝืนพระบัญชาของฝ่าบาท เจ้าอย่าได้จงใจพูดให้ผู้อื่นตื่นตระหนกเช่นนี้”
เห็นได้ชัดว่าท่าทีของฮูหยินเยว่มิได้หยิ่งยโสเหมือนเมื่อครู่แล้ว
แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่ยอมแพ้ ริมฝีปากยังคงส่งเสียงต่อปากต่อคำกับหลินเมิ้งหยา
“ถูกต้อง ท่านยังมิได้ทำผิดฐานฝ่าฝืนพระบัญชาของฝ่าบาท แต่ถ้าหากพี่เยว่ถิงแต่งงานกับผู้อื่นเมื่อใด เมื่อนั้นจะถือว่าทำผิดฐานกบฏทันที ฮูหยินเยว่คงยังไม่ลืมว่าพี่ชายของข้าและพี่เยว่ถิงได้รับพระราชทานการแต่งงานจากฮ่องเต้ใช่หรือไม่? ต่อให้ไท่จื่อขึ้นครองบัลลังก์แล้ว แต่พระราชโองการก็มิอาจถูกเพิกถอนได้”
คำพูดของหลินเมิ้งหยาทำให้สีหน้าของฮูหยินเยว่ซีดเผือด
อย่าว่าแต่เรื่องฝ่าฝืนพระราชโองการของฮ่องเต้อันจะส่งผลให้สกุลเยว่ต้องถูกทำลายเลย
แต่นางประเมินหลินเมิ้งหยาที่เป็นชายาอวี้ต่ำจนเกินไป นางทำให้เรื่องราวทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปทั้งหมด
เกรงว่าหากทำให้นางขุ่นเคืองจริงๆ แล้วละก็ อ๋องอวี้ที่รักนางสุดขั้วหัวใจจะต้องไม่ปล่อยสกุลเยว่ไปแน่
เมื่อถึงเวลานั้น เกรงว่าฮองเฮาเองก็คงไม่ปกป้องพวกนางสกุลเยว่อีกต่อไป
“ฮูหยินเยว่ ท่านเป็นผู้ใหญ่แล้ว เป็นแม่ของพี่เยว่ถิง สิ่งที่ท่าควรทำคือการนึกถึงความสุขของพี่เยว่ถิงก่อนตัวเอง เรื