ยังไม่เปลี่ยนไป แต่นางกลับฝืนยิ้มออกมา ก่อนจะหันไปมองฮูหยินเยว่
“ไม่ทราบว่าสิ่งที่คุณหนูรองพูดออกมาเป็นเรื่องจริงหรือไม่?”
คำพูดของหลินเมิ้งหยาหาได้มีความเจ็บปวดหรือเจ็บใจ แต่กลับเป็นปกติดีทุกอย่าง
ทว่า มีเพียงคนที่รู้จักนางเท่านั้นที่จะรู้ว่าท่าทีของหลินเมิ้งหยาในเวลานี้ต่างหากที่น่ากลัวที่สุด
ฮูหยินเยว่หัวใจกระตุก หาได้กลัวหลินเมิ้งหยาคนนี้ไม่
“บางทีฮูหยินเยว่อาจลืมไปว่า คุณหนูใหญ่แห่งสกุลเยว่ได้ทำการหมั้นหมายกับพี่ชายของข้าแห่งสกุลหลินเอาไว้แล้ว”
สีหน้าของหลินเมิ้งหยาเคร่งขรึมลงไป สายตาจับจ้องฮูหยินเยว่นิ่ง
ทั้งที่นางอยู่ที่นี่ แต่ฮูหยินเยว่กลับวางอำนาจบาตรใหญ่ถึงเพียงนี้ ดูท่า ฮองเฮาคงจะมีส่วนช่วยไม่น้อย
เหตุใดบนโลกใบนี้จึงมีแม่อย่างนี้อยู่ เพื่อแลกกับอำนาจของตนเอง ถึงขั้นคิดเอาลูกของตนเองไปแต่งงานกับคนที่นางไม่ชอบ
“ถ้าใช่แล้วอย่างไร? ไม่ใช่แล้วอย่างไร? ตอนนี้หลินหนานเซิงอยู่ที่แถบชายแดน ลูกสาวของข้าอยู่ในช่วงวัยสดใส ข้าแค่ไม่อยากให้ลูกสาวของข้าเป็นหม้ายไปตลอดชีวิต”
ฮูหยินหลินเอื้อนเอ่ยด้วยความมั่นใจ ราวกับว่านางแน่ใจแล้วว่าหลินเมิ้งหยาไม่มีทางตอบโต้กลับได้
ทว่านางกลับยิ้ม ทว่ารอยยิ้มกลับเย็นชาจนหนาวเหน็บไปถึงสันกระดูก
“ไม่ทราบว่าฮูหยินเยว่มีศีรษะเท่าไร จึงกล้ากระทำความผิดเช่นนี้ หรือเพราะคิดว่าฮ่องเต้ทรงประชวร จึงกล้าฝ่าฝืนพระบัญชาของฝ่าบาท?”
บังอาจนัก ไม่เพียงแค่สีหน้าของฮูหย