ย เกรงว่าโจรขโมยธรรมดาคงมิอาจย่ำกรายเข้ามาใกล้ได้อีกต่อไป
คำพูดของหลงเทียนอวี้หนักแน่นกว่าพวกประกันน่ารำคาญในโลกปัจจุบันของนางเสียอีก
“ข้าส่งคนไปตรวจสอบแล้ว คนเหล่านั้นล้วนเป็นคนที่ไท่จื่อเลี้ยงดูเอาไว้ แต่ปกติพวกเขามักจะไม่ปรากฏตัวให้เห็นอย่างง่ายดายนัก”
“ดังนั้น…”
“ดังนั้นข้าจึงคิดว่าคนเหล่านั้นอาจจะไม่ใช่คนของไท่จื่อเสียทีเดียว”
นัยน์ตาของหลินเมิ้งหยาพลันเผยให้เห็นความชื่นชม
ดูเหมือนว่าหลงเทียนอวี้จะไม่ได้มีดีเพียงหน้าตาเท่านั้น สมองของเขายังฉลาดล้นเหลืออีกด้วย
เรื่องบางเรื่องทำให้พวกเขารู้สึกใกล้ชิดกันมากขึ้น
เมื่อเทียบกับพวกเพื่อนร่วมทีมสมองหมูของนางแล้ว เขาดีกว่าหลายเท่า
“หม่อมฉันเองก็คิดเช่นนั้นเพคะ คนเหล่านั้นแปลกประหลาดนัก ลงมืออย่างโหดเหี้ยม มุ่งหมายเอาชีวิตของหม่อมฉัน แต่กลับวางมือล่าถอยไปอย่างง่ายดาย แม้แต่ศพยังเก็บไปด้วย ทั้งหมดนี้หาได้เหมือนคนมุทะลุที่ต้องการทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วง แม้พวกเขาจะแสดงเหมือนเป็นคนเช่นนั้น แต่ก็ยังมีส่วนแตกต่างอยู่เพคะ”
ปกติเวลาคนเราเจอเข้ากับสถานการณ์เช่นนี้ พวกเขาจะต้องไล่ล่าหาตัวฆาตกรให้จงได้
ทว่าซากศพเกลื่อนกลาดไม่สามารถระบุตัวตนของพวกเขาได้เลย
สิ่งเดียวที่เหลือไว้เห็นจะเป็นลูกศรหัวสามแฉกอันนั้น
เบาะแสนี้พุ่งเป้าไปที่ไท่จื่อ แต่ถึงกระนั้นก็บังเอิญเป็นหลักฐานที่พิสูจน์ว่าไท่จื่อคือผู้บริสุทธิ์
แน่นอนว่าเรื่องนี้ก็อาจทำให้ไท่จื่อสงสัย
“ลู