กศรอันนั้นเป็นผลงานของปรมาจารย์ด้านตีเหล็กในจวนของไท่จื่อ ในมือของศพมีสัญลักษณ์อันบ่งบอกถึงตัวตนอย่างชัดเจน อีกทั้งลูกศรสามแฉกอันนั้นยังมียาพิษที่อันตรายถึงชีวิตเคลือบเอาไว้”
หลงเทียนอวี้มองดูลูกศรสามแฉกบนโต๊ะหิน คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น
หลินเมิ้งหยากลับมองหลงเทียนอวี้ด้วยความตกตะลึง ดูเหมือนนางจะประเมินท่านอ๋องอวี้ผู้นี้ต่ำจนเกินไป
“คิดไม่ถึงเลยว่าท่านอ๋องจะรู้กระทั่งเรื่องที่เป็นความลับเช่นนี้”
แต่ไหนแต่ไรมา นางคิดเสมอว่าหลงเทียนอวี้ถูกไท่จื่อข่มอำนาจเอาไว้
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะล่วงรู้กระทั่งเรื่องทหารที่ยอมพลีชีพในภารกิจของไท่จื่อ
“อันที่จริงหลายปีมานี้สหายของข้าเข้าไปแฝงตัวอยู่ในนั้น แม้ข้าจะรู้เรื่องในจวนของไท่จื่อเป็นอย่างดี แต่กลับไม่สามารถทำอะไรเขาได้ เจ้าเข้าใจหรือไม่?”
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ หลินเมิ้งหยาถอนหายใจเบาๆ
เพราะเหตุนี้ ทั้งตำหนักหลิวซินของนาง ตำหนักหวู่ฉินของหลงเทียนอวี้ หรือแม้กระทั่งตำหนักหยาเสวียนของพระสนมเต๋อเฟยจึงมีการอารักขาที่เข้มงวด
เพราะฉะนั้น การเคลื่อนไหวของนางจึงมักรั่วไหลออกไปเสมอ
“เพราะเหตุนี้ ทุกครั้งที่เกิดเรื่องขึ้นกับหม่อมฉัน ข่าวคราวก็มักจะรั่วไหลออกไป ตอนนี้หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ”
หลงเทียนอวี้พยักหน้า หลินเมิ้งหยาเสมือนแมวเก้าชีวิต แม้จะถูกปองร้ายนับครั้งไม่ถ้วน แต่นางก็เอาตัวรอดได้เสมอ
บางครั้งเขาก็อดคิดไม่ได้ หากมิใช่เพราะหลินเมิ้งหยาเป็นคนดวงแ