ึกมากแล้ว ไปพักผ่อนเถิด”
หลินจงอวี้พยักหน้าลง ก่อนจะก้าวเท้าเดินกลับไปยังเรือนเล็กของตนเอง
พระจันทร์สาดส่องแสงลงอาบร่าง หลินเมิ้งหยาขยับเท้าเดินไปยังศาลาเล็ก ก่อนจะเริ่มครุ่นคิดเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้
ไม่ใช่เพียงเรื่องที่นางถูกลอบโจมตี
เรื่องของป๋ายจื่อ เรื่องของเยว่ถิง นางจะต้องคิดหากลอุบายให้แยบยลที่สุด
“ยังไม่นอนหรือ? เกรงว่าใบหน้างดงามเปล่งปลั่งประหนึ่งดอกบัวของเจ้าจะมีแต่ริ้วรอยเหี่ยวเฉาผุดขึ้นทั้งหน้าเอาได้”
เสียงเจื้อยแจ้วของชิงหูดังขึ้นอีกครั้ง หลินเมิ้งหยาหันหน้าไปมองร่างสูงที่ยืนอยู่ภายใต้แสงจันทร์
“เจ้ารู้จักเจ้าของของชิ้นนี้หรือไม่?”
หลินเมิ้งหยามองดูลูกศรสามแฉกในมือของเขา
“อืม ข้าเคยเห็นของสิ่งนี้ตอนทำการค้า แต่เรื่องที่ว่ามันเป็นของใครนั้น ข้าเองก็ไม่แน่ใจ แต่คนคนนี้จะต้องเป็นคนที่มีอำนาจอย่างแน่นอน”
คำพูดของชิงหูทำให้คิ้วของหลินเมิ้งหยาเลิกสูงขึ้น
“คนมีอำนาจ? หรือจะเป็นไท่จื่อ?”
อันที่จริงก็มีความเป็นไปได้ ไท่จื่อต้องการเชื่อมความสัมพันธ์กับฮ่องเต้หมิง แต่กลับถูกนางขัดขวางไว้
แต่เมื่อลองไตร่ตรองอย่างละเอียดดูแล้ว กลับรู้สึกว่ายังมีบางอย่างที่ไม่ถูกต้องนัก
ไท่จื่อและฮองเฮามีวิธีการต่างๆ มากมายที่จะจัดการนาง มิจำเป็นต้องใช้วิธีเปิดเผยและสุ่มเสี่ยงเช่นนี้
แม้คนกลุ่มนั้นจะพุ่งโจมตีอย่างดุเดือด แต่กลับล่าถอยไปอย่างรวดเร็ว
เหมือนกับว่า…เหมือนกับว่าพวกเขาเพียงแต่แสดงละ