ากศพกลับไปยังจวนอวี้
อ๋องอวี้ยังคงอยู่ในวัง พระสนมเต๋อเฟยกลับถึงจวนนานแล้ว
ภายใต้การปกปิดเรื่องถูกลอบทำร้ายของหลินเมิ้งหยา พระสนมเต๋อเฟยจึงไม่รู้เรื่องราวใดๆ ทั้งสิ้น
“พระชายาได้โปรดวางพระทัย องครักษ์อวี้หลินจะตามสืบเบาะแสให้จงได้พ่ะย่ะค่ะ”
หลินเมิ้งหยาพยักหน้าลง นัยน์ตาเผยให้เห็นร่องรอยของความเย็นชา
“อืม เช่นนั้นคงต้องรบกวนท่านแม่ทัพเสวียนหยวนแล้ว”
ชิงหูถูกนางส่งไปคุ้มครองคนในตำหนักหลิวซิน แต่คิดไม่ถึงเลยว่าตนเองจะถูกลอบทำร้าย
เหตุใดโลกใบนี้ช่างวุ่นวายนัก?
“พระชายาเป็นอะไรหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
พ่อบ้านเติ้งและหลินขุยยืนรออยู่หน้าประตูจวนเพื่อรอรับพระชายา ท่าทางของทั้งคู่ล้วนกระวนกระวาย
“ข้าไม่เป็นไร พวกเจ้าจงตามข้ามาที่ตำหนักหลิวซิน หากท่านอ๋องกลับมาให้ทูลเชิญเสด็จมาด้วย”
“พ่ะย่ะค่ะ”
เดินตามหลังหลินเมิ้งหยา พวกเขาพากันไปยังตำหนักหลิวซิน
“นายหญิงไม่เป็นไรใช่หรือไม่เจ้าคะ?”
ป๋ายจื่อและป๋ายจีล้วนยืนรอการกลับมาของหลินเมิ้งหยา
หลินเมิ้งหยาปิดประตูลงด้วยใบหน้าเคร่งขรึม โดยเหลือเพียงคนสนิทของตนเองไว้ภายใน
“พวกเจ้าลองดูนี่สิว่ามันคือสิ่งใด?”
เมื่อภายในห้องไม่มีคนนอกแล้ว หลินเมิ้งหยาจึงกระตุกแขนเสื้อขึ้นแล้วหยิบของชิ้นหนึ่งออกมา
วางลงบนโต๊ะ พลิกกลับด้านให้ทุกคนได้เห็น
“นี่…คืออะไร?”
หลินขุยเงียบไป หยิบของชิ้นนั้นมาถือไว้ในมือ
ของชิ้นนี้มีความยาวไม่ถึงหนึ่งนิ้ว แต่กลับมีหัวลูกศรถึงสามแฉก ทั้งสอ