เมื่อมั่นใจแล้วว่าหลินเมิ้งหยามิได้รับบาดเจ็บ จึงผ่อนลมหายใจ
“เอาล่ะ เอาล่ะ ข้าไม่เป็นอะไรจริงๆ”
หากตอนนั้นเจ้านี่อยู่ที่นั่นแล้วละก็ นางคงไม่ต้องเข้าไปหลบซ่อนด้วยความทรมานกับป๋ายซ่าวในช่องเก็บของหรอก
ชิงหูชำเลืองมองหลินเมิ้งหยาด้วยสายตาอ้อยอิ่ง ก่อนจะนั่งลง ทว่ายังคงจ้องหลินเมิ้งหยาไม่ละสายตา
“ป๋ายจื่อ เจ้าไปอยู่เป็นเพื่อนป๋ายซ่าวก่อน วันนี้นางตกใจกลัวเป็นอย่างมาก เจ้าไปดูแลนางให้ดีเถิด”
ป๋ายจื่อที่ผ่านประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน จะต้องรู้จักขจัดความกลัวอย่างแน่นอน
นางรีบเข้าไปจับมือป๋ายซ่าว ก่อนที่ร่างของทั้งคู่จะหายไปจากตำหนัก
หลังจากมั่นใจแล้วว่าทั้งสองคนจะไม่ได้ยินเสียงใดๆ หลินเมิ้งหยาจึงเอ่ยเสียงเข้ม
“เกิดอะไรขึ้นบ้าง?”
ชิงหูครุ่นคิด ก่อนจะพยักหน้า
“มีคนสองสามคนมาที่นี่และคิดจะลงมือกับยัยหนูคนนั้น แต่ข้าโจมตีพวกเขากลับไปแล้ว อีกเรื่องหนึ่งคือข้าไม่รู้ว่าหลงเทียนอวี้เป็นผู้ส่งยอดฝีมือมาหรือไม่ บริเวณรอบๆ ตำหนักล้วนมีแต่องครักษ์ที่ข้าไม่คุ้นหน้า”
คิ้วของหลินเมิ้งหยายิ่งขมวดแน่นขึ้น เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?
หรือหลงเทียนอวี้เองก็รู้ว่าฮองเฮาและไท่จื่อคิดจะทำร้ายป๋ายจื่อเพื่อสนองอารมณ์ตนเอง?
หรือว่า…
“พี่สาว ท่านออกมาข้างนอกหน่อยได้หรือไม่ ข้ามีเรื่องอยากคุยกับท่านเป็นการส่วนตัว”
หลินจงอวี้ที่เงียบอยู่นาน จู่ๆ ก็ลุกขึ้นและเอ่ยออกมา
หลินเมิ้งหยามองทางเขาด้วยความสงสัย แต่ถึงอย่างนั้นก็