กรายในตำหนักหลิวซินของนาง
“ไม่ใช่หรืออย่างไรเล่า! พี่ป๋ายจีดีที่สุด แม้แต่รองเท้าของข้ากับป๋ายซ่าวเองก็เป็นพี่ป๋ายจีที่ทำให้”
ป๋ายจื่อยกถ้วยโจ๊กธัญพืชเข้ามาวางลงบนโต๊ะ
“ถึงข้าจะดีอย่างไรก็คงไม่อาจเทียบได้กับเหอเถาซู1ของเจ้า นายหญิงเจ้าคะ ช่วงนี้ป๋ายจื่อตะกละมากจริงๆ ก่อนหน้านั้นไม่กี่วันหนู่ปี้ฉันวัดตัวนางเพื่อเตรียมตัดชุดสำหรับฤดูหนาว เฮ้อ เกรงว่าจะต้องเพิ่มขนาดแล้ว”
ป๋ายจีเคาะศีรษะของป๋ายจื่อ ทุกคนจึงพากันหัวเราะ
หลินจงอวี้ยืนอยู่หน้าโต๊ะอ่านหนังสือเพื่อฝึกเขียนตัวอักษร ร่างที่สั่นไหวเพราะอาการหัวเราะทำให้น้ำหมึกกระเซ็น
“พวกเจ้าหัวเราะข้าเหรอ ฮึ! ต่อไปนี้ข้าจะไปเปลี่ยนเอาของอร่อยมาให้พวกเจ้าแล้ว!”
ป๋ายจื่อหน้านิ่วคิ้วขมวด แสร้งโมโห
แม้เมื่อก่อนนางจะเคยระแวดระวังพี่สาวทั้งสองคนนี้
ทว่าหลังจากได้อยู่ด้วยกันมานาน นางจึงใช้ใจแลกใจ
“เอาล่ะ เอาล่ะ พวกเราไม่หัวเราะเจ้าแล้ว คืนนี้ป๋ายซ่าวจงเข้าวังกับข้า เสี่ยวอวี้ เจ้าจะไปด้วยหรือไม่?”
การเข้าวังหาใช่เรื่องดี เหตุเพราะต้องเจอทั้งฮองเฮาและไท่จื่อ
ทว่าเสี่ยวอวี้จำต้องเดินบนเส้นทางของเหล่าขุนนาง ดังนั้นนางจึงอยากใช้โอกาสนี้พาเขาไปทำความรู้จักกับผู้อื่น
“ไปแน่นอนขอรับ คนพวกนั้นล้วนอยู่ที่นั่น ข้ากลัวพวกเขาจะรังแกพี่สาว”
เวลาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น ทว่าอุปนิสัยของเสี่ยวอวี้เปลี่ยนไปมาก
จะพูดว่าอย่างไรดีนะ เมื่อก่อนเสี่ยวอวี้มิต่างอะไรจากจิ้ง