จอกเจ้าเล่ห์ เขามักจะขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่เสมอเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่น
ทว่าช่วงนี้หลินเมิ้งหยาพบว่า จิ้งจอกน้อยตนนั้นเปลี่ยนเป็นคนที่นางพอจะพึ่งพาอาศัยได้แล้ว
เขาปฏิบัติทุกคนอย่างมีมารยาท คำพูดคำจาหวานหยดย้อย หากใครหาเรื่องเขาหรือทำไม่ดีกับเขาแล้วละก็ เขาจะโต้กลับอย่างไม่ไว้หน้า
เดือนนี้เจียงหรูฉินถูกเล่นงานไปนับครั้งไม่ถ้วน ส่วนหลินจงอวี้กลับไร้ซึ่งรอยขีดข่วน ดูท่าเด็กคนนี้ได้ก้าวหน้าไปอีกขั้นแล้ว
“ได้ เช่นนั้นคืนนี้พวกเราเข้าวังด้วยกัน”
ทันทีที่เปลวเทียนถูกจุด หลินเมิ้งหยานั่งลงบนรถม้าของจวนอวี้ พร้อมทั้งพาสาวใช้และเสี่ยวอวี้เข้าวัง
เหตุเพราะเป็นงานเลี้ยงระดับประเทศ ดังนั้นหลงเทียนอวี้และพระสนมเต๋อเฟยได้ล่วงหน้าเข้าวังไปก่อนแล้ว
ด้านหลังคือรถม้าของจวนเจิ้นหนานโหว หลินเมิ้งหวู่และซ่างกวนฉิงนั่งอยู่ภายใน
“นายหญิง เหตุใดฮูหยินหลินและคุณหนูรองจึงต้องไปร่วมงานเลี้ยงในคราวนี้ด้วยหรือเจ้าคะ?”
ช่วงนี้ซ่างกวนฉิงสงบเสงี่ยมขึ้นมาก แม้วันนั้นพระสนมเต๋อเฟยจะโกรธเกรี้ยวนางสักเพียงไหน
แต่ถึงกระนั้นก็มิได้ไล่นางไป ทว่าสองแม่ลูกกลับหมกตัวอยู่แต่ในเรือนไม่ยอมออกไปไหน มิรู้ว่ากำลังปรึกษากันเรื่องอะไร
“นางเป็นฮูหยินของเจิ้นหนานโหว เมื่อท่านพ่อไม่อยู่ ดังนั้นนางจึงต้องไปเป็นตัวแทน”
หลินเมิ้งหยาแค่นหัวเราะเสียงเย็น รู้สึกเสมอว่าทุกที่ที่มีสองแม่ลูกคู่นี้อยู่ ที่นั่นจะต้องมีกลอุบายแอบซ่อนเอาไว้
“แต่หนู่