ไม่พูดจาพร่ำเพรื่อ เข้าไปพยุงร่างหลินเมิ้งหยาลุกขึ้นจากเตียง
ไร้ซึ่งความเย็นชา ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว หลินเมิ้งหยาในวันนี้ยังคงเหมือนเดิม
ขณะเดียวกันสาวใช้ทั้งสองเริ่มสงสัยว่า พระชายาของตนเองอาจจะมิได้มองหญิงสาวจากซีฟานอยู่ในสายตา
ทว่าเมื่อถึงเวลาอาหารเช้า หลินเมิ้งหยากลับขมวดคิ้วแล้วคีบแตงกวาดองไปไว้อีกฝั่ง
“เหตุใดวันนี้แตงกวาดองจึงเปรี้ยวนัก?”
ทันทีที่คำพูดของหลินเมิ้งหยาหลุดออกจากปาก ป๋ายซ่าวและป๋ายจีสบตากัน
ดูเหมือนพระชายาจะไม่ไร้ความรู้สึกไปเลยเสียทีเดียว หรือว่า…จะหึงกันนะ?
“นายหญิง หากเปรี้ยวเกินไปก็อย่ากินเลยเจ้าค่ะ”
ป๋ายจีก้าวขึ้นมาหนึ่งก้าว หยิบชามแตงกวาดองกลับเข้าไปในกล่อง คิ้วของหลินเมิ้งหยาขมวดเข้าหากัน ตะเกียบยกขึ้นคีบเห็ดเข็มทองผัดกับแตงกวา
“เหตุใดอาหารชามนี้ก็เปรี้ยว? เกิดอะไรขึ้นกับโรงครัว น้ำส้มสายชูไม่ต้องใช้เงินซื้ออย่างนั้นหรือ?”
หลินเมิ้งหยากระแทกตะเกียบลงบนโต๊ะ นางเกลียดอาหารรสชาติเปรี้ยวเป็นที่สุด
อาหารพวกนี้ล้วนมีรสเปรี้ยว แล้วแบบนี้นางจะกินอย่างไร?
“นายหญิงกินโจ๊กเถิดเจ้าค่ะ โจ๊กมีรสหวาน”
ป๋ายซ่าวรีบเดินขึ้นมาข้างหน้าแล้วเก็บอาหารรสเปรี้ยวกลับเข้าไป
หลินเมิ้งหยาไม่มีอารมณ์จะกินอีกต่อไป หยิบช้อนขึ้นมาตักโจ๊ก
“เอ๋? เหตุใดแม้แต่โจ๊กก็เปรี้ยวกันเล่า ดูเหมือนโรงครัวจะไม่ตั้งใจทำงานเลยแม้แต่น้อย ป๋ายซ่าว เจ้าจงไปจัดการพวกเขาให้กับข้า!”
หลินเมิ้งหยาโมโหแล้วกระแท