ย้ำเกือบตาย
วันนี้พี่สามพาผู้หญิงกลับมาอย่างเปิดเผย เกรงว่าจะไม่ดีเสียแล้ว
“พี่สะใภ้สาม ข้ายังมีเรื่องให้ต้องทำ ขอตัวก่อนล่ะ!”
เล็งเห็นแล้วว่าสถานการณ์เริ่มย่ำแย่ หลงชิงหานรีบกลับออกไปด้วยความว่องไว โชคดีเหลือเกินที่เมื่อครู่เขามิได้เอ่ยอะไรมาก
หยุดยืนอยู่ที่สวนด้านหน้า สายตาพลันมองทางตำหนักหลิวซิน
มีพระชายาที่สดใสร่าเริงนี่ช่างดีจริงๆ คิกๆ บรรยากาศในจวนมีแต่เรื่องน่าตื่นเต้น แม้แต่เขาเองก็เริ่มอยากจะแต่งตั้งพระชายาขึ้นมาบ้างแล้ว
“นายหญิงอย่าโกรธเกรี้ยวไปเลยเจ้าค่ะ หนู่ปี้เชื่อว่าท่านอ๋องฝืนใจรับมาแต่เพียงเท่านั้น”
หรี่ตามองผอจื่อ หลินเมิ้งหยาหมุนตัวกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้
ใบหน้านวลเคร่งขรึม แต่มิใช่เพราะหึง
นางคิดว่าโชคดีแล้วที่เป็นเช่นนี้ ตอนแรกนางคิดว่าหลงเทียนอวี้จะเจอเข้ากับอันตราย ดังนั้นจึงส่งชิงหูไปปกป้องดูแลเขา
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะมีความสุขสนุกสนานดี ดังนั้นความทุกข์ในของนางจึงกลายเป็นสิ่งเปล่าประโยชน์
“ชิงหู! เจ้าจิ้งจอกเจ้าเล่ห์! ออกมาเดี๋ยวนี้!”
น้ำเสียงของหลินเมิ้งหยาเจือไว้ซึ่งความโมโหเล็กน้อย ครู่ต่อมา ใบหน้าเปื้อนยิ้มของชิงหูพลันปรากฏอยู่ตรงหน้านาง
“โหยว กลิ่นน้ำส้มสายชูแรงจริงๆ! นี่มันกลิ่นความหึงหวงของใครกันนะ มานี่สิ เหยียขอดมดูหน่อย”
ชิงหูทำจมูกฟุดฟิดเพื่อสูดดมอากาศ ก่อนจะบีบจมูกของตนเองเพื่อแกล้งทำทีเป็นเหม็นเปรี้ยว
ดวงตามุ่งร้ายของหลินเมิ้งหยาจับจ้องไปทางเขา