หาะไปสามพันลี้อย่างไร้จุดหมาย ในที่สุดก็เหาะออกจากขอบเขตของเทือกเขา มาถึงทุ่งหญ้าแห่งหนึ่ง
หญ้าในทุ่งหญ้าเหล่านี้เป็นสีม่วงเข้ม ทอดมองไปเป็นสีม่วงที่ไร้ขอบเขตเชื่อมต่อกับท้องนภายามราตรี
“ดวงดาวของที่นี่สว่างเกินไปแล้ว ภายใต้ท้องฟ้ายามรัตติกาล แม้แต่ทิวทัศน์ของทุ่งหญ้าก็ยังเห็นชัดถึงเพียงนี้” อันหลินมองทุ่งหญ้าที่ไม่มีสิ่งใดเทียบแล้วอุทาน
“ไม่ใช่ทุ่งหญ้าที่เขียวชอุ่ม ไม่สวย!” เสวี่ยจ่านเทียนเอ่ยปากบ่น
“นายท่าน พวกเราไปจากที่นี่ดีกว่า ทุ่งหญ้านี่ไม่เห็นปลายทาง มีแต่ทุ่งหญ้าสีเขียวที่สภาพแวดล้อมดี มองแล้วสบายตาเท่านั้นที่เหมาะกับเรา!” เสวี่ยจ่านเทียนแนะนำอีกครั้ง
อันหลินกลอกตา “เจ้าชอบทุ่งหญ้าสีเขียวก็อย่าพาข้าไปด้วย! พูดอะไรน่ะ ขืนยังพูดจาเหลวไหลอีกข้าจะทุบเจ้าให้ตาย!”
เสวี่ยจ่านเทียนหดขอหนี ไม่รู้ว่าทำไมอันหลินถึงได้โกรธขนาดนี้
หูของมันกระดิกน้อยๆ หันสายตามองไปทางอื่นแล้วพูดว่า “นายท่าน เหมือนพลังปราณทางนั้นจะเคลื่อนไหวผิดปกติ อาจจะมีคนกำลังสู้กันอยู่”
อันหลินได้ฟังดวงตาก็วาวโรจน์ทันที ไม่พูดพร่ำทำเพลงเหาะไปทางที่เสวี่ยจ่านเทียนชี้ทันที
ความจริงพิสูจน์แล้วว่า ในดินแดนที่ไร้ชีวิตชีวาแห่งนี้มีคนน