คนเช่นใด เจ้ายังไม่รู้อีกหรือ”
“เฮ้อ…” สวีเสี่ยวหลานถอนหายใจเบาๆ
ปึกๆ…ปั่กๆ…ตึกๆ…ผลัวะๆ…
ต้าไป๋เห็นเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวกับตา ในใจไร้คลื่นอารมณ์ ถึงขั้นว่าอยากจะขำด้วยซ้ำ
อันหลินนอนหน้าช้ำบวมปูดบนพื้น เขารู้สึกว่าหมัดของสวีเสี่ยวหลานจะรุนแรงขึ้นหลายส่วนตั้งแต่บรรลุระดับแปลงจิต ร่างกายของตนต้านทานไม่ค่อยไหวแล้ว
พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี สวีเสี่ยวหลานรักเขาลึกซึ้งขึ้นทุกวันแล้ว…
ขณะที่ต้าไป๋กำลังจะพูดจาเย้ยหยัน จู่ๆก็มีร่างเคลื่อนตัวเข้ามา จากนั้นกำปั้นดุจหยกขาวก็ประเดประดังเข้ามาปานพายุมรสุม!
ปึกๆ…ปั่กๆ…ตึกๆ…ผลัวะๆ…
ต้าไป๋นอนแผ่อยู่ในหลุมเหมือนหมาตาย นัยน์ตาพร่ามัว พูดไม่ออกเลยสักคำ
มันลองนับดู นี่เป็นการทุบตีครั้งที่สี่ของคืนนี้แล้ว
อันหลินทุบตีมันสองครั้ง สวีเสี่ยวหลานทุบตีมันสองหน สมกันดี เข้ากันได้ดีจริงๆ…
เป็นดังที่คาด สิ่งแลกเปลี่ยนของการชมทิวทัศน์หนักอึ้งจนมันหายใจไม่ออก
สวีเสี่ยวหลานปัดมือที่เริ่มแดงเรื่อเล็กน้อยแล้วพูดเสียงไพเราะว่า “พวกเจ้าทั้งสองมีนิสัยอย่างไรข้ารู้ดีที่สุด ฉะนั้นคำพูดของพวกเจ้าเชื่อไม่ได้ จัดการคนละครึ่งเสียเลย ยุติ