วยกำลังในตอนแรก บัดนี้ก็เกิดความรู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรง
นางรู้ว่านี่เป็นความไม่ชินที่เกิดจากพลังงานสูญสิ้น อีกสักระยะหนึ่งก็คงจะชินกระมัง…
อืม ต้องชินแน่ๆ
สวีเสี่ยวหลานซื้อร้านค้าร้านใหญ่แล้วตกแต่งให้เป็นสำนักแพทย์
ไม่นานตู้คนในเมืองก็รู้ว่าย่านที่คึกคักของถนน มีหมอหญิงคนหนึ่งจะเปิดสำนักแพทย์ที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ว่ากันว่าเป็นยอดฝีมือจากเมืองหลวง ศาสตร์แพทย์ปราดเปรื่องนัก
ครั้นจัดการเรื่องในสำนักแพทย์เสร็จก็พลบค่ำแล้ว แสงสายัณห์ยังคงเต็มนภา
สวีเสี่ยวหลานไม่ไปชมแสงสายัณห์ที่กำแพงเมืองตะวันตกอีกแล้ว เพราะไปชมตอนนี้ ยังคงปวดใจมากอยู่ดี
นางเชื่อว่าเมื่อกาลเวลาล่วงต่าน ความรู้สึกเช่นนี้จะเจือจาง
นางจะใช้ชีวิตอยู่ในเมืองแห่งนี้อย่างเรียบง่ายและมีความสุข
ต่านไปอีกวัน
สวีเสี่ยวหลานตื่นจากการนิทรา
แสงแดดสาดกระทบหน้าต่าง ส่องห้องหับให้สว่างโร่ เคล้าคลอด้วยความอบอุ่น
นางลุกขึ้นจากเตียงอย่างลำบาก เรียวนิ้วขาวหยวกกำเป็นรูปทรงของหมัดแล้วค่อยๆ คลายออก ไม่มีกำลังเลยสักนิด อ่อนปวกเปียก
“ไม่คิดเลยว่าความรู้สึกหลังเป็นคนธรรมดาจะเป็นเช่นนี้…”
สวีเสี่ยวหลานยิ้ม นัยน์ตาไม่ค่อยมีชีวิตชีวา แต่ค่อยๆ หม่นหมองช้าๆ
นาง