ต้องเตรียมตัวอะไรหรือไม่” อันหลินถามอย่างสนเท่ห์
“กินเพลิงศักดิ์สิทธิ์เข้าไปก็พอแล้ว” สวีเสี่ยวหลานเบะปาก
อันหลิน “…”
ทั้งคู่เดินทางมาถึงชายแดนของสำนักวิหคชาดโดยไม่รู้ตัว
ยอดไม้เขียวชอุ่มบริเวณนั้นทอดยาวออกไปอีกร้อยเมตร จากนั้นก็จะเป็นเวหาสูงร่วมหมื่นเมตร
อันหลินมาถึงสถานที่ที่มีเพียงพวกเขาสองคนที่รู้อีกครั้ง มันเป็นกิ่งไม้ที่หนาอย่างยิ่ง ดุจเส้นทางที่ทั้งคู่สามารถเดินเหินได้ ด้านบนมีเก้าอี้ไม้ยาวๆ ตั้งอยู่
อันหลินให้ต้าไป๋ไปเล่นที่อื่น จากนั้นก็นั่งชนไหล่กับสวีเสี่ยวหลานบนเก้าอี้
พวกเขาทอดมองเมฆขาวฟ้าครามอันไกลโพ้น รวมถึงพสุธาอันกว้างใหญ่ เพลิดเพลินกับความสงบเงียบๆ
ลมอ่อนโชยมาระลอกหนึ่งพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของต้นเทวะ
ใบไม้เขียวดังซู่ๆ ผ่อนคลายสบายอุรา
“อันหลิน เจ้ามีรัศมีของตัวเอกใช่ไหม” สวีเสี่ยวหลานโพล่งขึ้นมา
อันหลินตกใจ “เจ้ารู้ได้อย่างไร!”
“ดูจากความสามาถในการก่อเรื่องของเจ้า” สวีเสี่ยวหลานพูดอย่างไม่ชอบใจ
“แต่ถ้าพูดเรื่องก่อเรื่อง ข้านับถือแค่ศิษย์พี่ซ่างกวนอี้” คราวนี้อันหลินถ่อมตัวมาก
“อืม ข้าก็นับถือศิษย์พี่ซ่างกวนอี้มากเหมือนกัน นางเป็นบุคคลที่ทุกข์โศกแต่กำเนิด…” สวีเสี่ยวหลานถอนหาย