่งล้วนเป็นพลังงานแก่ร่างกายได้ จะหิวได้อย่างไร” ไป๋หลิงยิ้ม
อันหลินก็กล่าวด้วยรอยยิ้มเช่นกันว่า “แต่การกินเป็นความสุขอันดับหนึ่งของชีวิต ไม่กินมาหมื่นปีมันน่าเสียดายเกินไปแล้ว”
เขาใช้ปราณกระบี่เฉือนเนื้อย่างที่ส่งกลิ่นหอมหวนเป็นรูปตาข่าย แล้วโรยเครื่องปรุงอีกบางส่วน ยื่นให้หญิงสาวข้างกาย “ลองชิมดู!”
ไป๋หลิงรับเนื้อย่างที่อันหลินส่งมาให้ ดมกลิ่นหอมที่โชยมา ความเหม่อลอยฉายวาบในดวงตาแวบหนึ่ง
นางยกเนื้อขึ้นจรดริมฝีปากแล้วเผยอออกเล็กน้อย กัดชิ้นเนื้อที่ส่งกลิ่นหอมหวน เคี้ยวอย่างเนิบช้า
รสชาติของเนื้อย่างเลิศรส วนเวียนในต่อมรับรส ทำให้นางหลับตาพริ้ม มุมปากยกยิ้มบางๆ
“ท่าทางเนื้อย่างของข้าจะรสใช้ได้นะ”
อันหลินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็จิ้มเนื้อย่างชิ้นที่สองให้ต้าไป๋ที่น้ำลายสอแล้ว
ไป๋หลิงเหลือบมองอันหลิน พยักหน้าแล้วพูดว่า “นี่เป็นเนื้อย่างที่อร่อยที่สุดตั้งแต่ที่เคยกินมาตลอดหนึ่งหมื่นเจ็ดร้อยยี่สิบหกปี”
มุมปากของอันหลินกระตุกยิกๆ “เจ้าชมให้มันจริงใจกว่านี้หน่อยได้ไหม”
ไป๋หลิงเลิกคิ้วเล็กน้อย “เหอะ ข้าไม่กินอะไรเลยมาหนึ่งหมื่นเจ็ดร้อยยี่สิบหกปี ตอนนี้กลับทำลายกฎด้วยเนื้อย่างของเจ