่ได้ฟัง
เสี่ยวหงตากแดดจนเสียสติไปแล้วเหรอ
ในตอนนั้นเอง เสี่ยวหงก็เริ่มฉุนเฉียวขึ้นมา “ชีวิตมอบเส้นผมสีดำให้ทุกคน แต่ทุกคนกลับใช้มาบดบังดวงอาทิตย์”
มันทำหน้าเศร้าสลด ชูสองมือขึ้นสูง “มีแค่นักบวชที่โกนผมทิ้ง ส่องสะท้อนแสงของดวงอาทิตย์! เยินยอพระอาทิตย์!”
เอาละ ไม่ต้องสงสัยแล้ว เสี่ยวหงตากแดดจนเสียสติไปแล้วจริงๆ!
อันหลินมองเสี่ยวหงอย่างปวดใจ เป็นเพราะปกติใส่ใจมันน้อยเกินไปใช่ไหม เกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่ากลัวปานนี้กับมันก็ไม่เคยรับรู้เลยด้วยซ้ำ…
“เสี่ยวหง นักบวชโกนหัวไม่ใช่เพราะเยินยอพระอาทิตย์ แต่เป็นการตัดความทุกข์ กำจัดกิเลส…” อันหลินอธิบายด้วยความหวังดีไม่หยุด
เสี่ยวหงได้ฟังก็โต้แย้งว่า “ใช้วัตถุประเมินวัตถุนั้นย่อมได้ ใช้วัตถุประเมินอวัตถุไม่ได้ วัตถุที่เที่ยงแท้ไม่ต้องการชื่อ ชื่อไม่เที่ยงแท้เช่นวัตถุ วัตถุเลื่องชื่ออาจไม่ได้เป็นดั่งคำเล่าลือ นายท่าน วัตถุบางอย่างอาจไม่ได้เป็นเช่นเล่าลือกัน วัตถุกับชื่อใช่ว่าจะสอดคล้องกัน รูปลักษณ์อาจไม่ใช่รูปลักษณ์ อาจเป็นภาพลวง ในสายตาของข้า แก่นแท้ของหัวโล้น ก็คือการเยินยอพระอาทิตย์!”
อันหลินนิ่งอึ้ง ถูกตอกจนตะลึงพรึงเพริด ในใจสับสนวุ่นวาย
เป็นแบบนี้เองเหรอ หรือ