ายหน้า โฮ่ง!”
“ฮิฮิ…” เสี่ยวหงถูกชมจนหน้าแดงก่ำ ฮึกเหิมทันใด เรียกทูตแห่งทินกรออกมาอีกหลายตน กระจายอยู่ในตำแหน่งต่างๆ ของห้อง เพื่อรอให้ปีศาจเงาออกมาแล้วซัดให้ตาย
อันหลินมองเหล่านักบวชกำยำเปลือยกายในห้อง มุมปากกระตุกยิกๆ อย่างอดไม่ได้
“คือว่า…เสี่ยวหง…แบกพระอาทิตย์เหนื่อยหรือไม่” เขาคิดว่าลองหยั่งเชิงอาการของเสี่ยวหงก่อนดีกว่า
“ไม่เหนื่อย ไม่เหนื่อยเลย จานสีทองนี่เป็นของขวัญจากพระอาทิตย์ พวกเราควรจะชื่นชมพระอาทิตย์!”
ดวงตาของเสี่ยวหงเป็นประกาย พูดด้วยความภาคภูมิใจ
อันหลิน “…”
“แล้ว…นักบวชพวกนี้มันอย่างไรกัน พวกเขาเกี่ยวข้องกับทูตของพระอาทิตย์อย่างไร” อันหลินครุ่นคิดครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจใช้วิธีไถ่ถามเรียนรู้จิตใจของเสี่ยวหง
เนื่องด้วยเจ้านายถาม เสี่ยวหงจึงตอบอย่างฉับไว เอ่ยเสียงหวานทันทีว่า “นายท่าน ท่านดูศีรษะของนักบวชสิ นึกถึงอะไรได้บ้าง”
“นึกถึงอะไร…ผมของพวกเขาไม่มีแล้ว” อันหลินพูดพลางกะพริบตาปริบๆ
“ผิด! นึกถึงพระอาทิตย์!” เสี่ยวหงพูดอย่างเสนาะหูว่า “หัวของนักบวชกลมกลึงเหมือนพระอาทิตย์กลมๆ บนท้องฟ้า แถมยังสะท้อนแสงของพระอาทิตย์ได้ด้วย พวกเขาถึงเหมาะจะเป็นทูตแห่งทินกร!”
อันหลินอึดอัดใจทันทีที