ินไปได้ครู่เดียว ก็มีชายหนุ่มรูปงามที่สง่างาม สวมชุดขาวพลิ้วไหวเดินสวนมา
ใบหน้าของชายหนุ่มมีรอยยิ้มเสมือนอาบสายลมวสันต์ เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ดี
“สหายอันหลิน! ไม่พบกันนานเลยนะ!” เสียงอ่อนโยนดังออกมาจากปากของชายหนุ่ม
“ฮ่าๆ พี่เฉิง ยินดีด้วยที่เจ้าบำเพ็ญเพียรสำเร็จแล้ว!” อันหลินก็ทักทายอย่างเบิกบานใจเช่นกัน
พี่เฉิงปรากฏตัวตรงหน้าเขาในตอนนี้ เท่ากับว่าพี่เฉิงบรรลุระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นปลายแล้ว นี่เป็นเรื่องที่น่ายินดีจริงๆ!
เซวียนหยวนเฉิงหัวเราะ ส่ายหน้าพูดว่า “เรื่องนี้ไม่มีอะไรน่ายินดีหรอก ข้าเบื่อหน่ายกับการบำเพ็ญเพียรแล้ว จึงได้ตัดสินใจกระตุ้นตัวเอง เพียรพยายามตามฝีเท้าพวกเขาให้ทัน”
จากนั้นเขาก็พูดให้กำลังใจว่า “อันหลินเจ้าพยายามอีกสักหน่อย ไม่แน่ว่าอีกไม่นานก็บรรลุระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นกลางแล้ว”
อันหลินเกาหัว “คือว่า…ที่จริงข้าเพิ่งบรรลุระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นกลางไปเมื่อช่วงปิดเทอมนี่เอง”
เซวียนหยวนเฉิงได้ฟังก็ชะงัก จากนั้นพูดอย่างประหลาดใจว่า “สหายอันหลินยอดเยี่ยมจริงๆ! เชื่อว่าขั้นปลายก็คงอีกไม่นานแล้ว!”
“อืม…ความจริงตอนนี้ข้าก็อยู่ในขั้นปลายแล้ว” อันหลินยิ้มอย่างกระดากอาย
เซวียนหยวนเฉิงนิ่งอึ้ง “ฮะ”
“คือว่า ข้าพบเจอเรื่องมหัศจรรย์ช่วงปิดเทอม จึงบรรลุระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นปลายแล้ว” อันหลินอธิบายอย่างตั้งใจ
ใบหน้าของเซวียนหยวนเฉิงกระตุก สูดหายใจเข้าดังเฮือก
บัดซบ! เรื่อง