วอนตัมก็เริ่มจากพื้นฐานไปเชิงลึก เกี่ยวโยงถึงพารามิเตอร์ ไปจนถึงเวลา มิติ พลังปราณและทฤษฎีมูลเหตุเป็นต้น
แต่เนื้อหาของตำราทั้งเล่มไม่ได้เป็นทฤษฎีระบบที่สมบูรณ์ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นการวิเคราะห์และการสันนิษฐานต่อปรากฏการณ์บางอย่าง รวมถึงการทดลองแบบดั้งเดิมส่วนหนึ่ง
มีการวิจัยที่น่าสนใจอย่างมากก็คือ นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งของเผ่าพันธุ์มังกร เคลื่อนย้ายภูตผีในสนามรบบรรพกาลด้วยศาตราเวทย์มิติชนิดหนึ่ง ขณะที่กำลังถ่ายโอนมายังมิติด้านนอก ปรากฏพบว่าสถานะควอนตัมของภูตผีสั่นคลอนอย่างยิ่ง ไม่นานก็ตาย แม้แต่ร่างกายก็สูญสิ้น
และพลังที่ทำให้ภูตผีสูญสิ้นแบบนี้ นักวิจัยแห่งเผ่าพันธุ์มังกรสันนิษฐานว่า มาจากปัจจัยที่มีชื่อว่า ‘ความซื่อสัตย์ทางอารมณ์’
พวกเขาสันนิษฐานว่า ภูตผีก็มีความรู้สึกเช่นกัน ภูตผีเป็นการรวมตัวของความอาฆาตแค้น เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตที่ตายในสนามรบ จะอาลัยอาวรณ์สถานที่ที่พวกมันจากไปและถือกำเนิด เมื่อออกจากสถานที่แห่งนั้น สภาวะทางอารมณ์จะไม่มั่นคงอย่างยิ่ง ส่งผลให้สถานะควอนตัมสั่นคลอน สุดท้ายแตกสลายไปเอง
จุดนี้อันหลินค่อนข้างเห็นด้วย ซ้ำยังอดนึกถึงปีศาจมารร้ายไม่ได้ คิดว่าทั้งคู่มีจุดที่เหมือนกัน
เขาอ่านตำรารวดเร็วฉับไว สาเหตุเพราะมีพลังยุทธ์สูง สมองก็ปราดเปรื่องเฉียบแหลมแล้ว ความจำความเข้าใจก็สูงขึ้นตามไปด้วย ทั้งยังสามารถใช้พลังเซียนเพ่งจิตบางส่วน จดจำสิ่งที่พบเห็นให้ฝังลึกในสมองได้อีก