เขาใช้เวลาครึ่งวันก็อ่านตำราเล่มนี้จบแล้ว
“ฟู่…มาครั้งนี้คุ้มแล้ว” อันหลินปิดตำรา กล่าวด้วยรอยยิ้ม
หยินอวี่นั่งบนเก้าอี้อีกตัว สองมือเท้าคาง ยิ้มกริ่มแล้วพูดว่า “ยังอยากอ่านตำราอะไรอีกไหม ข้ามีศาสตร์หลอมสายเลือด ชีวะเผ่าพันธุ์ การวิเคราะห์เหตุผล ศาสตร์การใช้ห้วงมิติ…”
อันหลินแค่ฟังวิชาเป็นพรวนที่ถูกเปล่งออกจากปากของหยินอวี่ ก็รู้สึกปวดหัวแล้ว “อย่าเลย! ข้าสนใจแค่ภูตผีเท่านั้น ถึงได้หาตำราอ่าน บำเพ็ญเซียนอย่างยากเย็น หลุดพ้นจากวิชาทั้งหลายแหล่ ข้าไม่ง่ายเลย!”
เขาครุ่นคิดแล้วอุทานว่า “แต่คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่า สิ่งที่วังมังกรของพวกเจ้าวิจัยมีเยอะทีเดียว!”
หยินอวี่มองเขายิ้มๆ พูดขึ้นมาว่า “พวกนี้เป็นแค่ความรู้ผิวเผิน ทฤษฎีและการทดลองทางวิจัยที่ลึกซึ้งกว่านี้อยู่ในสถาบันวิจัยของมหาปุโรหิต เหมือนว่าระยะนี้กำลังจะประดิษฐ์นักรบพันธุศาสตร์ด้วย”
“ยอดเยี่ยมดีจริง มีนักรบพันธุศาสตร์ด้วยหรือ” อันหลินตาลุกวาว
หยินอวี่โบกมือขาวผ่องเล็กน้อย “เป็นแค่พวกของที่อารยธรรมจื่อซิงทิ้งไว้ ตอนนี้พวกเราแค่เก็บมาใช้ให้เกิดประโยชน์ก็เท่านั้น วังมังกรน่ะ…รบจนหวาดกลัวแล้ว ตอนนี้หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง…”
“พรืด…แม้แต่ภาษาของแดนมนุษย์เจ้าก็เอามาใช้แล้วหรือ”
“ข้าชอบอ่านตำรา ผู้อาวุโสท่านหนึ่งในเผ่าพันธุ์มังกรก็อยู่ในสำนักความร่วมมือบำเพ็ญเซียน เคยไปแดนมนุษย์ ขนตำรากลับมาเป็นกอบเป็นกำ ข้าอ่านหมดแล้ว…”
“สุดยอด!”
…
อันห