ใช่หรือ”
หยินอวี่ได้ฟังก็ชะงักไปเล็กน้อย นางนึกถึงเรื่องที่นางกับชื่ออูเลือกที่จะเงียบด้วยกันทั้งคู่
นางไม่พูดเพื่อปกป้องชายคนนั้น ชื่ออูไม่พูดเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตัวเอง
หยินอวี่คิดๆ ดูแล้วก็คิดว่าควรบอกเป่ยเหลียนดีกว่า “ข้าแอบบอกอะไรสักอย่างกับท่าน ท่านห้ามบอกใครเด็ดขาดนะ ในสนามรบบรรพกาลของวังมังกร ข้าหลงเข้าไปในแดนหมื่นผี เพราะชื่ออูกลัวอันตราย ทิ้งข้าไว้กับพวกภูตผี ส่วนตัวเองก็หนีไป หากไม่มีนักพรตมนุษย์คนหนึ่งมาช่วยข้า เกรงว่าข้าคงตายอยู่ที่นั่นแล้ว”
“มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ แล้ว…นักพรตที่ช่วยเจ้าไว้เป็นใคร นี่มันหนี้ชีวิตเชียวนะ เจ้าปล่อยเขาไปทั้งอย่างนั้นหรือ” เป่ยเหลียนพูดพลางแค่นยิ้ม
หยินอวี่นึกถึงความเลวร้ายของนักพรตคนนั้น ก็พลันแน่นหน้าอกขึ้นมา
“เอ่อ เขาชื่ออันหลิน จะมาหาข้าที่วังมังกร ถึงตอนนั้นท่านก็จะได้เจอเขา”
“เขา…ชื่ออันหลินหรือ”
เป่ยเหลียนชะงัก น้ำเสียงที่เรียบเฉยเจือความสั่นเครือ