เมืองมีมากกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่า และมีผู้แข็งแกร่งอีกมากโขที่จักรวรรดิมุกดาส่งมาจากที่อื่น
หญิงสาวที่สวมชุดผ้าพลิ้วสีน้ำเงินยืนบนกำแพงเมืองอย่างสง่างาม
ลมทะเลที่พัดโชยทำให้ผ้าบางแนบไปกับเรือนร่างของนาง เผยให้เห็นทรวดทรงที่สะโอดสะองอ่อนช้อย
อันหลินก้าวขึ้นกำแพงเมือง เดินไปหาร่างงามแล้วทักทายว่า “ฮาย ธิดามังกรน้อย ดึกดื่นป่านนี้แล้วยังออกมาตากลมอีกหรือ”
หญิงสาวหันหน้ามองผู้มาเยือนแวบหนึ่ง ใบหน้าขาวหยวกเฉยชาไม่ฉายอารมณ์มากนัก หันกลับไปมองทะเลที่ไกลโพ้นเช่นเดิม “ดึกป่านนี้แล้วเจ้าออกมาทำไมล่ะ ชมทิวทัศน์หรือ”
อันหลินชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่คิดว่าธิดามังกรน้อยจะยอกย้อนอย่างตาต่อตาฟันต่อฟัน
“อืม…ข้านอนไม่หลับ จึงออกมาเดินเล่น…”
“เหอะๆ วานรบนไหล่เจ้ากับสุนัขด้านหลังก็นอนไม่หลับเหมือนกันหรือ”
“เอ่อ…”
ใบหน้าของอันหลินมีความกระอักกระอ่วน เขาคงจะพูดว่ากลัวธิดามังกรจะสังหารจักรพรรดิปีศาจสีชาดทันทีที่โผล่มา จึงวิ่งมาเตรียมซ้ำมีดทุกเมื่อหรอกมั้ง…
เป่ยเหลียนทอดมองไปไกล มุมปากยกขึ้นน้อยๆ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มที่สังเกตเห็นได้ยาก
นางเงียบไปครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็โพล่งขึ้นมาอีกว่า “การเคลื่อนตัวของน้ำทะเลไม่ปกติ ลมทะเลเจือกลิ่นอายชวนให้พรั่นใจ… ศัตรูที่มาในคืนนี้ คงจะรับมือได้ไม่ง่ายปานนั้น เจ้าลงมือตามกำลังตน ข้าแบ่งเวลามาคุ้มกันเจ้าระหว่างรบไม่ได้หรอกนะ”
อันหลินพยักหน้า แต่ในใจกลับประหลาดใจ สมกับเผ่าพันธุ์มังก