ยยาวเป็นบทความแปดร้อยตัวอักษรได้ ซ้ำยังน่าประทับใจ
ผ่านไปพักใหญ่ เมื่อเคาะราคาแล้ว รวมทั้งสิ้นสามล้านห้าหมื่นหินวิญญาณ
อันหลินพยักหน้านิ่งๆ เก็บสามล้านห้าหมื่นหินวิญญาณใส่แหวนมิติ บวกกับสี่ล้านสองแสนหินวิญญาณก่อนหน้านี้ เขามีทั้งสิ้นเจ็ดล้านสองแสนห้าหมื่นหินวิญญาณแล้ว
ทรัพย์สินพวกนี้…เขาไม่อยากพูดอะไรแล้ว
สำหรับเขาแล้ว หินวิญญาณเป็นแค่ตัวเลขเท่านั้น
เขาจึงให้หวงสือไปหนึ่งร้อยหินวิญญาณ ไม่มีสาเหตุอะไรพิเศษ เพียงเพราะมีความสุข จึงให้ทิปนิดหน่อย
หวงสือกำหนึ่งร้อยหินวิญญาณ ตัวเซไปเล็กน้อย มุมปากกระตุก
ให้ตายสิ! ขี้เหนียวเกินไปแล้ว เจ้าเป็นเศรษฐีไม่ใช่หรือไง!
สวีเสี่ยวหลานเบะปาก นางคุ้ยเคยกับท่าทางแบบนี้ของอันหลินเหลือเกิน ขั้นต่อไปคงจะสะบัดแขนเสื้อแล้วจากไปอย่างสง่าผ่าเผย
เป็นอย่างที่คิด อันหลินเหลือบมองสวีเสียวหลานแล้วยิ้มบางๆ “เราไปกันเถอะ”
เมื่อเฮยมู่กับหลิวหั่วรู้ว่าอันหลินเป็นเศรษฐีเหนือระดับ ก็สบตากันอย่างรู้ใจ บางเรื่องพวกเขาต้องตัดสินอย่างยุติธรรม แต่บางเรื่อง ก็สามารถหารายได้เสริมได้เหมือนกัน…
“สหายอันหลินช้าก่อน ไม่รู้ว่าเจ้าสนใจอยากไปดูโบราณวัตถุที่หอดิ้นทองสะสมหรือไม่” หลิวหั่วเอ่ยถามอันหลินที่กำลังจะออกไป
ฝีเท้าของอันหลินชะงัก พูดอย่างสงสัยว่า “โบราณวัตถุมีอะไรน่าดูกัน”
หลิวหั่วยิ้มอย่างมีเลศนัย “หึๆ ๆ…หากเจ้ามีวาสนากับวัตถุบรรพกาลเหล่านั้น นำกลับไปได้ด้วยนะ…”
“จริงหรือ” อ