บนสายตามองทางอื่น ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ไม่นานก็เหมือนว่าหญิงสาวจะรวบรวมความกล้า เป็นฝ่ายชวนคุยว่า “ผู้อาวุโสอันหลิน หมาน้อยกับลิงน้อยที่น่ารักสองตัวนี้เป็นสัตว์เลี้ยงของท่านหรือ”
อันหลินชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็มองมินิป๋ายด้านหลังเขา กับเจ้าอัปลักษณ์บนหัวไหล่เขาแวบหนึ่ง ลูบคางครุ่นคิด
ลิงน้อยที่น่ารักเหรอ ผู้หญิงคนนี้ตาบอดตั้งแต่ยังเด็กหรือไง
แน่นอนว่าเขาไม่มีทางพูดความในใจออกมา แต่แนะนำสัตว์เลี้ยงทั้งสองให้กับหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม
“นี่ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงนะ ควรจะเรียกว่าสัตว์คู่กาย หมาน้อยตัวนี้ชื่อต้าป๋าย ลิงน้อยชื่อเจ้าอัปลักษณ์”
“โอ้โฮ ผู้อาวุโสอันหลินสุดยอด…ต่อไปหากข้ามีโอกาส ก็อยากจะหาสัตว์คู่กายที่น่ารักเช่นนี้สักสองสามตัวเหมือนกัน!” หญิงสาวยิ้ม
แม้นางจะผ่ายผอม แต่รอยยิ้มกลับไร้เดียงสาอย่างยิ่ง
เจ้าอัปลักษณ์ถูกหลิวซู่ซู่ชมจนหน้าแดงเรื่อ เกาหัวอย่างเก้อเขิน
หลิวซู่ซู่เห็นอันหลินเป็นผู้อาวุโสที่ค่อนข้างสบายๆ และพูดคุยได้ง่าย ไม่มีมาด ไม่นานบทสนทนาก็เริ่มขึ้น พูดคุยกันอย่างผ่อนคลายไปตลอดทาง
ไม่นานตำหนักหลังใหญ่ที่สร้างติดภูเขาปรากฏให้เห็นอยู่ตรงหน้า
“ในที่สุดก็ถึงสักที…”
อันหลินเงยหน้ามองตำหนักหลังนั้น แววตาเย็นเยียบขึ้นมา
ดวงตาของเขาเริ่มกลายเป็นสีขาวโพลน มองตรงไปข้างหน้า
หึ ค่ายกลตรวจสอบพลังยุทธ์ ค่ายกลสร้างมายางั้นเหรอ รัดกุมทีเดียว…
อันหลินดีดแรงใส่บริเวณหนึ่งกลางอากาศอย่างไ