ุ่งโรจน์เกรียงไกรในเมืองพุทธ หาคนประลองไปทั่ว ทุกคนต่างก็ยอมรับว่าเขาเก่งกาจมีฝีมือแล้ว แต่เขากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
อันหลินค่อนข้างประหลาดใจ ยุทธวิชัยพุทธะบรรลุเป็นพุธธะแล้ว แต่ยังคงไม่อาจสงบจิตใจได้ เหมือนว่าช่วงนี้จะไปสร้างเรื่องที่อาณาจักรวิญญาณ เจ้าอัปลักษณ์อยากไปพบไอดอลสักครั้งมันช่างยากจริงๆ
อันหลินรู้ว่าหากไปเมืองพุทธ ผูกมิตรกับพวกชิงจือย่อมสบายกว่ามาก จึงพูดคุยกับพวกชิงจืออย่างเป็นมิตรอยู่นานโข ซ้ำยังมอบยาเม็ดงูสวรรค์หลายเม็ดให้พวกเขาเป็นการแสดงน้ำใจ
พวกชิงจือรับยาบำรุงสมรรถภาพด้วยใบหน้าที่อิดหนาระอาใจ จากนั้นก็อำลาอันหลินกับต้าไป๋
สุดท้ายอันหลินกับต้าไป๋ก็ไปเดินเล่นที่เรือเหาะของหอสร้างโลก เยี่ยมหงโต้วที่ใจแข็งแกร่งดุจหินผา
เห็นได้ชัดว่าช่วงนี้หงโต้วทุกข์ใจเป็นอย่างมาก เปลวไฟสีแดงกลางหน้าอกค่อนข้างหม่นหมอง
เมื่ออันหลินกับต้าไป๋เห็นมัน ก็ทิ้งไว้เพียงประโยค ‘หงโต้วที่หนึ่งในหล้า’ จากไปพร้อมกับเสียงหัวเราะร่า
หงโต้วจ้องอันหลินที่มุ่งหน้ามาท้าทาย หน้าอกกระเพื่อมอย่างแรง แทบจะเป็นหอบหืดแล้ว แต่เมื่อเห็นสายตาเย็นเยือกของหวงส่านแล้ว เปลวไฟก็สลัวลง…
งานแลกเปลี่ยนมรรคเทศนาสี่ทิศอันคึกคักจบลง ตัวแทนแต่ละอิทธิพลแยกย้ายกันจากไป ชีวิตในรั้วสำนักบำเพ็ญเซียนของอันหลินกลับสู่ความปกติอีกครั้ง
การบำเพ็ญเซียนไม่ใช่เรื่องที่น่าสนุกอะไรเลย การบำเพ็ญเซียนแสนน่าเบื่อวันแล้ววันเล่านี่แหละงานหลั