ล้ว ทรัพย์สินของเขาก็ทะลุหนึ่งล้านหินวิญญาณอีกครั้ง
นอกจากนี้ เขายังได้รับสิทธิ์ไปแลกอาวุธวิเศษขั้นกลางที่หอสมบัติหนึ่งชิ้น และแลกยาเซียนขั้นหกหนึ่งเม็ดที่ราชวังดุสิต แค่คิดก็รู้สึกตื่นเต้นแล้ว
แต่ทว่า ต่อไปต้องไปศาลากระเรียนขาว เกรงว่าจะไม่ง่ายดายขนาดนั้นแล้ว
ความจริงแล้วในใจเขาก็วิตกกังวลอยู่เหมือนกัน ไม่รู้เช่นกันว่าหลินจวิ้นจวิ้นเชื้อเชิญครั้งนี้มีจุดประสงค์อะไรกันแน่
อืม หากสาเหตุที่เชื้อเชิญเป็นเพราะรวบรวมของมีค่าครบแล้ว จึงตั้งใจมาเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลของสถาบันวิจัยดาวม่วงกับเขาละก็ มันจะเป็นเรื่องดีที่ยิ่งนัก…
เดินเลียบไปตามเส้นทางคดเคี้ยวอย่างต่อเนื่อง ไม่นานก็เจอศาลาที่สร้างจากหินสีขาว
ข้างศาลาเป็นทะเลสาบ ลมอ่อนโชยผ่าน เกิดริ้วคลื่นขึ้นมาระลอกหนึ่ง
หญิงชุดสีอ่อนนั่งอยู่ในศาลากระเรียนขาวเงียบๆ ใบหน้าขาวปลอดกำลังจดจ่อ
เรียวนิ้วดุจต้นหอมถือพู่กัน ทว่าไม่ได้จรดพู่กัน แต่กำลังจดจ้องภาพตรงเบื้องหน้าอย่างใจจดใจจ่อ
เมื่ออันหลินเห็นมุมที่อ่อนโยนเรียบร้อยของหลินจวิ้นจวิ้น ก็เดินเข้าไปด้วยความโล่งใจนิดหน่อย
“ใต้เท้าเทียนอวี่ ข้ามาแล้ว” เขาก้าวเข้าไปในศาลา เอื้อนเอ่ยเสียงเบา ด้วยเกรงว่าจะรบกวนหญิงสาวตรงหน้า
หญิงสาวเงยหน้าแล้วยิ้มบางๆ “ครั้งแรกที่เจอเจ้า เหมือนว่าจะไม่ได้สุภาพขนาดนี้นะ”
อันหลินยิ้มเขินๆ ไม่ตอบโต้
“รู้ไหมว่าข้าเรียกเจ้ามาทำไม” หลินจวิ้นจวิ้นพูดต่อ
“ไม่รู้” อันหลินส่ายห