หายอันหลินรับชมให้ดี”
ขณะที่พูด นางก็ใช้พู่กันจรดภาพวาดตรงหน้า ปลายพู่กันมีลำแสงเล็กๆ กะพริบแปลบปลาบ
อันหลินเห็นดังนั้นก็สะดุ้ง เกิดสังหรณ์ใจไม่ดี “ท่าน…ท่านอย่าทำอะไรมั่ว…”
เขายังพูดไม่ทันจบ ภาพที่ถูกปลายพู่กันของหลินจวิ้นจวิ้นแตะสาดแสงเจิดจ้าทันใด
ตูม!
เปลวไฟที่ร้อนระอุอย่างยิ่งพุ่งทะลักออกมา แผ่คลุมอันหลินตั้งแต่หัวจรดเท้าจนลุกโหม
ผ่านไปครู่หนึ่ง อันหลินที่ดำเกรียมทั้งตัวก็ยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่ที่เดิม
แค่อ้าปาก ควันขาวก็ลอยออกมา
“สหายอันหลิน ภาพนี้ของข้าเป็นอย่างไรบ้าง” หลินจวิ้นจวิ้นยังคงสงบเรียบร้อย แม้แต่น้ำเสียงก็ปราศจากคลื่นอารมณ์
“ภาพนี้ของเทพธิดาเทียนอวี่งดงามไร้ที่สอง ความหมายลึกล้ำ เปลวไฟแฝงความเร่าร้อน มีแรงดึงดูด เปี่ยมด้วยการแสวงหาหนทางอันแรงแกล้า…”
อันหลินกระจ่างใจโดยพลัน เริ่มพูดจาฉะฉาน หยุดไม่ได้เลยสักนิด
หลินจวิ้นจวิ้นพูดยิ้มๆ อีกครั้งเมื่อเห็นท่าทางของอันหลิน “เอาละ ข้ารู้แล้ว ข้ายังมีภาพธารน้ำแข็งให้สหายอันหลินชื่นชมอีกนะ!”
“ไม่นะ ให้ข้าบอกความรู้สึกจบก่อน ข้าสามารถพูดได้อีกล้านปี!” อันหลินเห็นหลินจวิ้นจวิ้นเปลี่ยนภาพ ปลายพู่กันจรดลงไป จึงตะโกนลั่นขึ้นมาทันที
ทันใดนั้น หอกระเรียนขาวก็ถูกน้ำค้างแข็งปกคลุม
“อ๊าก…”
อันหลินหนาวเหน็บจนแผดเสียงลั่น แต่น่าเสียดาย เสียงนั่นวนเวียนอยู่ภายในหอกระเรียนขาวเท่านั้น
บัดนี้เขาเข้าใจแล้วว่า ทำไมหลินจวิ้นจวิ้นต้องวางค่ายกลซ่อนเ