ครม! หุ่นไม้ตัวแรกทะยานลงมา
หุ่นฟรีคะแนนตัวนี้ขยับเขยื้อนอย่างแข็งทื่อ กระโจนใส่หลิวเชียนฮ่วน
เมื่อหลิวเชียนฮ่วนพลิกมือ คทาขนนกก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า มือเรียวขาวเนียนละเอียดกำคทาแน่นแล้วพุ่งใส่หุ่น
ตูมๆ ๆ
หลิวเชียนฮ่วนสู้รบปรบมือกับหุ่นไม้อย่างดุเดือด
หวังเสวียนจ้าน “…”
อันหลิน “…”
ผู้ชม “…”
สุดท้ายหลิวเชียนฮ่วนก็อาศัยความปราดเปรียว ใช้คทาทุบหุ่นไม้ตัวนั้นจนแตกละเอียด
“ฟู่ว…ใช้ได้แค่ความคิด ใช้พลังเซียนไม่ได้ช่างยุ่งยากเสียจริง…” นางเช็ดเหงื่อเล็กน้อย ใบหน้าเลอโฉมแดงระเรื่อ ท่าทางดูเหนื่อย
หุ่นตัวที่สองทะยานลงมา หุ่นตัวนี้คล่องแคล่วขึ้นเยอะโข หลิวเชียนฮ่วนโรมรันพันตูกับมัน
ตูม ๆ ๆ…
หลังผ่านการต่อสู้อันร้อนระอุแล้ว หลิวเชียนฮ่วนก็เอาชนะหุ่นตัวที่สองไปได้อย่างหวุดหวิด
“เฮ้อ การประลองครั้งนี้ท่าทางจะจบเห่แล้ว”
“แม้จะไม่อยากยอมรับเท่าใดนัก แต่ข้าคิดว่าศิษย์พี่หลิวไม่เหมาะกับการประลองแบบนี้…”
“สงสารที่เทพอันของข้ากับศิษย์พี่หวังสู้ขนาดนั้น จะทำอย่างไรดี”
เหล่านักเรียนต่างก็จดจ้องหญิงสาวบนหน้าจอผลึกหินด้วยสีหน้าเป็นกังวล ราวกับว่าความลุ้นระทึกที่จุดขึ้นมาอย่างยากเย็น ถูกสาดด้วยน้ำเย็นเสียแล้ว
หุ่นหมายเลขสามทะยานลงมาทันใด ทุกกระบวนท่าของมันแฝงด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ หลิวเชียนฮ่วนถอยกรูด เห็นได้ชัดว่าจวนจะต้านทานไม่ไหวแล้ว
“ท่าทางหลิวเชียนฮ่วนจะได้แค่สองคะแนน โอกาสของพวกเรามาแล้ว!” หงโต้วที่ชมศึกพ