ขยะในหมู่สาวน้อยนักเวท…” หลิวเชียนฮ่วนพูดอย่างสิ้นหวัง
“อย่ามายุ่งกับข้า ปล่อยให้ข้านอนอยู่แบบนี้เถอะ ได้ที่หนึ่งแล้วอย่างไร ก็แพ้อยู่ดี พยายามไปแล้วอย่างไร สุดท้ายก็รั้งท้าย บอกตามตรง นี่แหละโชคชะตา…” หวังเสวียนจ้านเหม่อมองปุยเมฆบนท้องฟ้า กระจ่างใจโดยพลัน
ใช่แล้ว บางเรื่องไม่ว่าจะพยายามปานใด ก็ไม่มีทางทำได้ นี่แหละโชคชะตา!
อันหลินนิ่งดุจรูปปั้นเมื่อเห็นฉากนี้ เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาในใจ
‘จบเห่แล้ว สองคนนี้หมดกำลังใจแล้ว…’
หากทั้งกลุ่มหมดกำลังใจแล้ว จะทำอะไรได้อีก!
ไม่ได้การแล้ว ต้องเรียกขวัญและกำลังใจให้พวกเขา!
“ศิษย์พี่หลิว!”
“มีอะไร…”
“หากเจ้าเล่นเกม”
“หากเจ้าเล่นเกมแล้วไม่ราบรื่นจะทำอย่างไร”
“ก็ต้องยอมแพ้น่ะสิ”
“…”
มุมปากของอันหลินกระตุก
ให้ตายสิ พล็อตไม่ถูกต้องนี่นา…
เขาตะโกนลั่นว่า “ผิดแล้ว! หากว่าไม่ราบรื่น เจ้าต้องคิดว่าจะพลิกเกมอย่างไร! เชื่อข้าสิ ถ้าเราพยายาม พวกเราต้องพลิกเกมได้อย่างสมบูรณ์แบบแน่นอน!”
“คนที่พูดแบบนี้กับข้าครั้งก่อน ได้ศูนย์จุดหนึ่งคะแนน…” หลิวเชียนฮ่วนย่นจมูกจิ้มลิ้มแล้วพึมพำ
เมื่ออันหลินได้ยินประโยคนี้ ก็รู้สึกเหมือนมีดกรีดลงกลางใจ
ความฮึกเหิมของเขาเกือบจะดับสูญเพราะคำพูดประโยคนี้เสียแล้ว
ปล่อยหลิวเชียนฮ่วนไปก่อนชั่วคราว เขาเบนสายตามองไปที่หวังเสวียนจ้าน
“ศิษย์พี่หวัง ท่านเป็นถึงตัวแทนสำคัญของกลุ่มอิทธิพลสรวงสวรรค์เชียวนะ หมดอาลัยตายอยากแบบนี้แล้วดีจ