ริงๆ หรือ!”
“ฮึกเหิมไปแล้วอย่างไร ต่อให้ข้าเป็นที่หนึ่ง ก็มีโอกาสที่คนในกลุ่มคว้าอันดับสุดท้ายอยู่ดี ศิษย์น้องอันหลิน ข้าไม่ได้โทษเจ้า ข้าแค่อยากบอกว่า นี่แหละโชคชะตา!”
อันหลิน “…”
เซียนกระบี่มิ่งหยวนได้ฟังประโยคนี้ อาจจะรับศิษย์พี่หวังเป็นลูกศิษย์คนสำคัญด้วยความชื่นชมยินดีก็ได้…
อันหลินพูดไม่ออก เมื่อได้ฟังคำพูดของหวังเสวียนจ้าน ก็ราวกับโดนมีดกรีดกลางใจอีกครั้ง
อันหลินที่อยากจะเรียกขวัญและกำลังใจให้ทั้งสองคนในคราแรก บัดนี้ก็เริ่มห่อเหี่ยวแล้วเช่นกัน เงยหน้ามองฟ้า ถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม
รองผู้อำนวยการอวี้หัวเห็นก็รู้สึกเหนื่อยใจยิ่งนัก แต่การประลองยังคงต้องดำเนินต่อไป จึงขอให้ราชสีห์แห่งหอสร้างโลกเป็นผู้ดำเนินรายการประลองที่สาม
การประลองรายการที่สามคือ ‘ความคิด’ ความคิดในที่นี้หมายถึงแก่นแท้ที่บุคคลผู้นั้นหยั่งรู้ แก่นแท้ในโลกหล้ามีนับพันนับหมื่น มันสื่อถึงแก่นแท้ สะท้อนให้เห็นระดับความลึกซึ้งในการหยั่งรู้ของผู้ที่แสวงมรรค
ราชสีห์เดินขึ้นสังเวียนประลอง แหวนมิติสว่างวาบ ผลึกหินสีดำขนาดใหญ่เริ่มปรากฏสู่สายตาของฝูงชน
“นี่เป็นผลึกหินประชันความคิด ขอเพียงใช้มือสัมผัสผลึกหิน เพ่งสมาธิ ความตระหนักรู้จะเข้าไปในผลึกหิน ภายในผลึกหินมีหุ่นสิบตัว พวกเจ้าเพียงแค่ใช้ความคิดของตนต่อสู้กับมัน”
“ทุกครั้งที่ทำลายหุ่นได้หนึ่งตัว ก็จะทำลายตัวที่สองได้ ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ หุ่นหนึ่งตัวต่อหนึ่งคะแนน ภาพกา