รต่อสู้ของพวกเจ้าจะถูกฉายให้ชมบนผลึกหิน แม้ความคิดในผลึกหินจะสลาย ก็จะไม่มีผลกระทบต่อร่างกาย”
ทุกคนได้ฟังกติกาจากคำบอกเล่าของราชสีห์ ต่างก็เริ่มคาดหวังขึ้นมา เพราะการประชันความคิดจัดอยู่ในประเภทของการต่อสู้ มีความน่าชมมากกว่า
แต่อันหลินกลับหายใจหอบ นัยน์ตาเป็นประกาย
ผลึกหินประชันความคิด…ช่างเป็นชื่อที่คุ้นเคยเหลือเกิน!
ความคิดของเขาแข็งแกร่งมาก เพียงพอจะทัดเทียบกับเซียนกระบี่อันดับหนึ่งแห่งความจื่อซิง การประลองด่านนี้ เอาอยู่แน่!
ซูเฉี่ยนอวิ๋นที่อยู่ในจัตุรัสก็ยิ้มบางๆ เกิดความสนใจขึ้นมาเล็กน้อย “ครั้งนี้ สหายอันหลินต้องกอบกู้ชื่อเสียงได้แน่นอน”
“เอ๊ย เจ้ารู้ได้อย่างไร” สวีเสี่ยวหลานที่อยู่ข้างๆ เอ่ยถามด้วยความใคร่รู้
บอกตามตรง สวีเสี่ยวหลานเองยังปวดใจกับผลคะแนนศูนย์จุดหนึ่งแทนอันหลินอยู่ครู่ใหญ่
แววตาสุกใสของซูเฉี่ยนอวิ๋นดุจธารน้ำ จ้องมองชายหนุ่มบนสังเวียน บอกเล่าเรื่องที่เขาประชันความคิดกับเจียงหย่าหนานไต้ซือแห่งกระบี่ในวังชิงมู่ให้สวีเสี่ยวหลานฟังอย่างละเอียด
เมื่อสวีเสี่ยวหลานได้ฟังวีรกรรมของอันหลินแล้วนัยน์ตาก็ลุกวาว เกิดความสนใจกับเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อไปอย่างมากเช่นกัน
ในการประลองครั้งนี้ ตัวแทนจากสรวงสวรรค์ขึ้นวังเวียนก่อน
“ศิษย์พี่หวัง ศิษย์พี่หลิว ครั้งนี้ให้ข้าเริ่มก่อนเถอะ!”
อันหลินจ้องสองคนตรงหน้าแล้วพูดอย่างนอบน้อม
หวังเสวียนจ้านกับหลิวเชียนฮ่วนได้ฟังต่างก็ชะงัก
แต่อั