่ไหม” หลิวเชียนฮ่วนมองสองคนตรงหน้า พูดเสียงสะอึกสะอื้น
ตัวถ่วงของกลุ่มหรือ
อันหลินได้สติ เขากังวลมาตลอดว่าตนจะเป็นตัวถ่วงของกลุ่มสรวงสวรรค์ เป็นคนที่ทำเรื่องอับอายขายหน้าบนเวที
เมื่อดูจากตอนนี้แล้ว หลิวเชียนฮ่วนแย่งตำแหน่งของเขาไปแล้วนี่นา!
นางเป็นที่โหล่ของการประลองวรยุทธ์ ตอนนี้แม้แต่การประลองจิตใจนางก็รั้งท้ายเช่นกัน…
หลิวเชียนฮ่วนร่ำไห้เหมือนสาลี่ต้องหยาดน้ำฝน เช็ดน้ำตาไม่หยุด
หากจะบอกว่านางไม่รู้สึกผิดนั้นเป็นไปไม่ได้ นางก็อยากจะสร้างชื่อให้กับสาวน้อยนักเวทต่อหน้าผู้ชมหลายหมื่นชีวิต ต่อหน้าอิทธิพลทั้งสี่เหมือนกัน
แต่จนใจเมื่อพยายามแล้ว กลับเป็นผลลัพธ์ที่น่าอนาถใจเช่นนี้
“ศิษย์พี่หลิว ทำใจดีๆ ไว้ เราจะชนะได้แน่!”
อันหลินไม่ได้พูดคำว่า ‘ใช่แล้ว เจ้านี่แหละตัวถ่วงกลุ่ม’ ที่คิดในใจออกมา แต่พูดปลอบประโลมเสียงอ่อนโยนแทน
หลิวเชียนฮ่วนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดที่คุ้นเคย
นางเงยหน้าขึ้น พบว่าอันหลินกำลังมองตนอย่างให้กำลังใจ ไม่ขุ่นเคืองแม้แต่นิด จึงอดซาบซึ้งใจไม่ได้ “อันหลิน…เจ้าไม่โทษข้าหรือ”
อันหลินยื่นนิ้วออกไปแล้วดีดหน้าผากขาวผ่องของหญิงสาว
“โอ๊ย! เจ้าทำอะไรน่ะ” หลิวเชียนฮ่วนกุมหน้าผาก ใบหน้าเพริศพริ้งแดงเรื่อ มองอันหลินพลางบ่นเสียงขุ่น
“เดือดร้อนเพื่อน ยังหวังว่าเพื่อนจะไม่โทษตัวเองอีก เจ้าไร้เดียงสาเกินไปแล้วกระมัง” อันหลินขำเบาๆ แล้วพูดต่อว่า “แต่ไม่เป็นไร ข้าจะพาเจ้าพลิกเก