ปยกชามขึ้น จากนั้นใช้ลิ้นเลียน้ำซุปในชามพลางพูดอย่างเต็มปากเต็มคำว่า “นี่เป็นของล้ำค่าที่น้องสี่ทิ้งไว้ให้พวกเรา พวกเราจะกินทิ้งกินขว้างไม่ได้ โฮ่ง!”
ทุกคน “…”
ด้วยเหตุนี้ ทุกคนจึงกินอาหารบนโต๊ะท่ามกลางบรรยากาศเศร้าสลดจนหมดเกลี้ยง แม้แต่ข้าวผัดไข่หนึ่งกะละมังก็ถูกกินจนสะอาดสะอ้าน
เหยาซิ่วยกซุปที่เคี่ยวจากเปลือกไข่ของน้องสี่ออกมา
ทุกคนซดซุปรสโอชะ น้ำตาไหลลงมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่ได้
“เหยาซิ่ว เหยาหมิงซี พวกเจ้าสองคนอย่าได้โทษตัวเองอีกเลย สาเหตุที่สำคัญที่สุด เป็นเพราะข้าจัดการที่อยู่ของน้องสี่ได้ไม่ดีเอง” อันหลินซดน้ำซุปที่อร่อยและสดชื่น รู้สึกเหมือนร่างกายเปี่ยมด้วยกำลังวังชา เอ่ยเสียงนุ่มว่า “ตอนนี้พวกเรากินน้องสี่แล้ว…น้องสี่จะอยู่ร่วมกับเรา!”
ทุกคนฮึกเหิมขึ้นมาเมื่อได้ยิน และพูดอย่างคล้อยตามว่า “น้องสี่จะอยู่ร่วมกับเรา!”
อันหลินยกถ้วยขึ้นแล้วตะโกนว่า “เรามาดื่มซุปของน้องสี่ให้หมดถ้วยกันเถอะ!”
ทุกคนสบตากันแล้วพากันชูถ้วยขึ้น “หมดถ้วย”
อึกๆ ๆ…
ต้าไป๋ดื่มซุปจนหมดเกลี้ยง ซ้ำยังเคี้ยวเปลือกไข่ตรงก้นหม้อจนละเอียดแล้วกลืนลงท้อง เพื่อเสริมสร้างแคลเซียม
เพียงครู่เดียว อาหารเลิศรสจานสุดท้ายที่น้องสี่ทิ้งไว้บนโลก ก็ถูกพวกอันหลินจัดการจนเกลี้ยง
“เอ่อ…”
ต้าไป๋เผอเรอออกมา จากนั้นก็หน้าขึ้นสี เสมองไปทางอื่น
ความจริงแล้ว สิ่งที่ทุกคนจำต้องยอมรับก็คือ…
น้องสี่อร่อยมากจริงๆ!
อาหารมื้อนี้อิ่มหนำสำร